บก. หมี

BLU-RAY : Fireworks ระหว่างเราและดอกไม้ไฟ

ตอนที่ Fireworks ระหว่างเราและดอกไม้ไฟ เข้าฉายในโรงบ้านเรานั้น ผมไม่ได้มีโอกาสไปดู เพราะปกติช่วงปลายปีผมไม่ค่อยได้หยุดอยู่เฉยๆ กับเขาหรอก ต้องทำโน่นทำนี่ ออกเดินทางเป็นว่าเล่น และดูเหมือนตัวหนังจะออกจากโรงบ้านเราไปอย่างรวดเร็วเกินคาด พร้อมกับเสียงวิจารณ์อย่างมากมาย ซึ่งทำให้ผมค่อนข้างแปลกใจ เพราะตัวอนิเมนั้นก็ถือได้ว่าประสบความสำเร็จที่ญี่ปุ่นนะ ทำเงินไปกว่าพันล้านเยนทีเดียว ก็ตั้งใจไว้แล้วว่าถ้าแผ่นออกเมื่อไหร่ก็คงจะหามาดูกับเขาบ้าง

ผ่านมา 8 เดือน ในที่สุดผมก็ได้ดู Fireworks กับเขาเสียทีครับ ซึ่งผิดคาดมากครับที่เรื่องนี้ทำบลูเรย์ออกมาขายด้วย ตอนแรกผมนึกว่าตลาดบลูเรย์อนิเมในไทยจะตายคาที่ไปแล้วเสียอีก แม้จะมีคนทัดทานว่า เรื่องนี้เก็บ DVD ก็พอ แต่ไหนๆ บลูเรย์ทำมาราคาไม่แพงแล้ว (บูมเมอแรงทำเอง ขายเอง ไม่ถึง 700 บาท) ก็เลยจัดบลูเรย์มาเลยละกัน เพิ่มยอดให้เขาหน่อย ทีมงานเขาจะได้มีกำลังใจทำอนิเมดีๆ ออกมาขายอีก จะให้สั่งแต่แผ่นนอกก็คงไม่ไหว

ซึ่งแน่นอนครับ พอได้ชื่อว่าเป็นแผ่นบลูเรย์ของบูมเมอแรง ที่เป็นแผ่น LOCAL ราคาย่อมเยา จะไปหวังอะไรมากก็คงใช่ที่ เรื่องของแถม Special Feature เบื้องหลังต่างๆ นี่ไม่มีแน่นอนครับ มีซับไทย พากย์ไทย พากย์ญี่ปุ่นให้ก็ดีใจแล้ว ซึ่งตัวเสียงนั้นเป็น DTS-HD 5.1 ทั้งไทยและญี่ปุ่นครับ ส่วนซับไตเติ้ลนั้นแปลกใจหน่อยตรงที่มีซับภาษาอังกฤษมาให้ด้วย(จริงๆ ค่ายนี้มีซับ eng ให้หลายเรื่องนะ) แต่ซับไทยคราวนี้แปลออกมาค่อนข้างดี ดูแล้วไม่น่าจะแปลจากบทภาษาอังกฤษเหมือนบางเรื่อง

ส่วนตัวแพคเกจนั้นก็เป็นแบบบลูเรย์ปกติทั่วไปครับ คือมีกล่องด้านในและปลอกแข็งพิมพ์แบบเคลือบด้าน มีปั๊มนูนและ SPOT UV แต่ที่แปลกใจคือ บนตัวกล่องนั้นไม่มีชื่อเรื่องภาษาไทยอยู่เลยครับ ส่วนเลข กท.นี่ผมหาไม่เจอ สงสัยผมเผลอฉีกทิ้งพร้อมพลาสติกไปแล้ว เพราะหลังๆ หนังบางเรื่องนี่ชอบแปะเลขทะเบียน กท.ลงบนพลาสติกหุ้มด้านนอก ซึ่งบางคนก็ชอบให้เป็นอย่างนั้น เพราะมันดูไม่รกตาดี..

ส่วนทีมพากย์ไทยนั้น ผมว่า cast คนไม่ค่อยใกล้เคียงกับเสียงต้นฉบับญี่ปุ่นสักเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่ว่าพากย์ไม่ดีนะครับ เพราะผมดูพากย์ไทยจนจบเลย ก็ถือว่าพากย์ออกมาได้ดีเลยแหละ เพียงแต่อารมณ์มันอาจจะต่างจากเสียงต้นฉบับอยู่บ้าง ก็แล้วแต่คนชอบนะครับ

เอาล่ะ หลังจากนั่งดูรวดเดียวจนจบ แม้จะมีเผลอหยุดพักบ้าง ก็พอเข้าใจนะครับว่าทำไมหนังถึงโดนบ่น เพราะจริงๆ ในบ้านเราดันไปหยิบเอาชื่อของโปรดิวเซอร์คือคุณคาวามุระ เก็งคิ มาเป็นจุดขาย ในฐานะที่คุณคาวามุระเป็นโปรดิวเซอร์ของ Your Name และ Your Name มันก็ดังในบ้านเรา แถมตัวโปสเตอร์ก็มีอารมณ์ใกล้เคียงกันอีก แต่เอาเข้าจริงนอกจากตัวโปรดิวเซอร์แล้ว หนังสองเรื่องนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย Your Name มันเป็นหนังที่ชินไก๊ ชินไก ส่วน Firework นี่ กำกับโดย ชินโบ อาคิยูกิ ที่ทำออกมาได้ ชินโบ๊ ชินโบ แถมยังมาพร้อมกับทีมงานของ SHAFT อีก เรียกได้ว่างานสไตล์ SHAFT มาแบบเต็มๆ เลย

และที่สำคัญ หนังเรื่องนี้จริงๆ เป็นหนังรีเมคนะครับ เพราะตัวเวอร์ชั่นดังเดิมปี 1993 นั้น เป็นหนังที่เขียนบทและกำกับโดย อิวาอิ ชุนจิ ผู้กำกับชื่อดัังที่มีผลงานฮิตๆ อย่าง Love Letter (1995) All About Lily Chou-Chou (2001) และ Hana & Alice (2004) เป็นต้น ดังนั้นถึงตัวหนังจะมีความอาร์ตสูง แต่มันก็ไม่ได้ดูยากอย่างที่หลายๆ คนคิดนะ หรืออาจจะเป็นเพราะเราเคยชินกับงานแบบ SHAFT แล้วก็ได้ ซึ่งงานภาพเรื่องนี้่ก็ถือว่าทำออกมาได้ดีครับ แต่มีแอบเผาในหลายๆ ฉาก การใช้ CG บางจุดดูลอยๆ ส่วนเพลงประกอบนั้นถือได้ว่าเป็นไฮไลท์ของอนิเมเรื่องนี้ที่ทำให้ดูต่างจากเวอร์ชั่นหนังปี 1993 และฉบับนิยายพอสมควร

ในส่วนเรื่องย่อมันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฤดูร้อนในช่วงเวลา 1 วัน เมื่อนางเอกของเรื่องคือนาซึนะมีปัญหากับที่บ้านและคิดที่จะหนีออกจากบ้าน ก็เลยตัดสินใจว่าจะหนีตามกันไปกับโนริมิจิหรือยูซึเกะเพื่อนชายคนใดคนหนึ่งที่ต้องมาตัดสินใจด้วยการแข่งขันว่ายน้่ำแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่เหตุการณ์ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดจนส่งผลให้เกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เรื่องราวใน 1 วันนั้นยาวนานกว่าที่คาด

ซึ่งในส่วนนี้ผมคงไม่ขอให้รายละเอียดมากเพราะอยากให้ไปดูกันเอง แต่ที่สิ่งหลายๆ คนบ่นกันมากก็คือเรื่องราวนั้นจบลงแบบค่อนข้างเรียกได้ว่า..ก็ไม่ได้มีอะไรผิดหวังหรือสมหวังนะ แต่แบบว่ามันไม่สุดมากกว่าครับ เหมือนเรื่องมันสามารถเดินต่อไปในจุดที่ลงตัวกว่านี้ได้ พอดูจบก็เลยเกิดความรู้สึกแบบค้างๆ คาๆ ซึ่งเอาจริงๆ หนังญี่ปุ่นหลายๆ เรื่องมันก็อารมณ์นี้แหละครับ เพียงแต่พอมาอยู่ในมือของผู้กำกับชินโบและทีม SHAFT มันก็เลยเหมือนจะงงเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะเราอาจจะคาดหวังตอนที่เราได้เห็นหน้าหนังกับตัวอย่างไว้อีกแบบหนึ่งก็ได้

และที่สำคัญ ผมว่า ฉบับนิยายเรื่องนี้ จบได้ลงตัวกว่าครับ…ถ้าใครรู้สึกค้างๆ คาๆ กับฉบับอนิเม ลองไปหาฉบับนิยายมาอ่าน อาจจะรู้สึกดีขึ้นนะ

ปล.เวอร์ชั่นดังเดิม ปี 1993 ตัวเอกเป็นเด็กประถมนะ…