บก. หมี

เรตติ้งดี ๆ กับรายการการ์ตูนทีวีที่หายไป ตอนที่ 1

ถ้าย้อนกลับไปเมิ่อ..สักสิบปีก่อน  สมัยที่บ้านเรายังมีฟรีทีวีอยู่แค่หกช่อง เวลาคนนึกถึงการ์ตูนญี่ปุ่นก็จะนึกถึงการ์ตูนช่อง 9 เป็นหลัก ซึ่้งเรตติ้งรายการการ์ตูนของช่อง 9 นั้นถือได้ว่าเป็นหน้าเป็นตาของช่องเลยล่ะครับ และนั่นทำให้อุตสาหกรรมการ์ตูนบ้านเราเติบโตตามไปด้วย เพราะเมื่อการ์ตูนเป็นที่รู้จักมากขึ้น สินค้า ผลิตภัณฑ์ที่ให้การสนับสนุนการ์ตูนก็ขายดี แม้ว่าหลังจากนั้นไม่นานช่องเคเบิ้ลดาวเทียมเริ่มมีการเปิดตัวช่องการ์ตูนญี่ปุ่นล้วนๆ ออกมาหลายช่อง แต่กระแสของช่อง 9 การ์ตูนนั้นก็ยังคงดี และถือเป็นผู้นำตลาดอยู่

จนเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอลนี่แหละครับ ที่เรตติ้งของรายการการ์ตูนญี่ปุ่นในบ้านเราเริ่มมีปัญหา อ้อ บอกไว้ก่อน เรตติ้งที่ผมว่านี่หมายถึงเรตติ้งจากการวัดของบริษัทวิจัยที่ใช้ชื่อว่า AGB Neilsen ประเทศไทยนะครับ ซึ่งเอาไว้มีโอกาสดีๆ จะมานั่งอธิบายว่ามันคืออะไรแล้วมันวัดได้อย่างไร แต่เอาเป็นว่า วงการโทรทัศน์บ้านเรา(และอีกหลายๆ ประเทศ) ยึดถือค่าตัวเลขเรตติ้งของ AGB Neilsen เป็นหลักครับ (ส่วนของญี่ปุ่นจะวัดเรตติ้งโดยบริษัทอีกบริษัทหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า Video Research) และบรรดาเอเยนซี่โฆษณาต่างๆ ก็จะใช้ตัวเลขของค่ายนี้นี่แหละครับว่า จะตัดสินใจวางแผนโฆษณาในช่องไหน รายการไหน ดังนั้นค่าเรตติ้งจึงมีความสำคัญมาก เพราะช่องไหนจะกำไรหรือขาดทุนก็เริ่มจากจุดนี้นี่เอง

สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจกันสักหน่อยก็คือ หลายๆ คนมักจะพูดว่า คนสมัยนี้ไม่ดูทีวี ทำให้อุตสาหกรรมทีวีกำลังจะตาย จริงๆ แล้วไม่ใช่ทั้งหมดนะครับ หากดูจากข้อมูลตัวเลขแล้วคนดูทีวีบ้านเราแม้จะไม่เพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่ได้ลดลงอย่างน่าเกลียด หรือเอาจริงๆ ลดลงน้อยมากกว่าที่่เราคิดไว้ด้วย แต่การใช้เวลาอยู่กับทีวีต่างหากที่ลดลง อย่างพวกข่าวนี่หลายๆ คนอาจจะเลือกเสพข่าวออนไลน์กันมากกว่าเพราะข่าวเร็วกว่าเยอะ (ปัจจุบันคนจะดูข่าวทีวีในลักษณะการคุยข่าวหรือย่อยข่าวมากกว่า)  แต่พวกรายการต่างๆ ไปจนถึงหนังและกีฬา ผมว่าดูทีวีมันก็จอใหญ่สบายตากว่าดูมือถือเยอะนะ..โดยเฉพาะในยุคที่ทีวี LED ราคาไม่แพงแบบตอนนี้ด้วย

แล้วการ์ตูนญี่ปุ่นล่ะ การแตกตัวของฟรีทีวีจาก 6 ช่องเป็น 20 กว่าช่องนั้น ผลที่ตามมาก็คือเรตติ้งของแต่ละช่องลดลงเพราะคนดูเริ่มถูกเกลี่ยไปช่องใหม่ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะการ์ตูนญี่ปุ่นซึ่งเราไม่ได้ผลิตได้เองแต่เป็นการซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาออกอากาศนั้นก็เริ่มกระจายไปตามช่องต่างๆ เพราะใครจะซื้อเข้ามาฉายก็ได้ ในปัจจุบันเราก็เลยมีโปเกม่อนให้ดูบนฟรีทีวีมากกว่าสองช่อง มีไรเดอร์ซีรี่ส์ให้ดูทางฟรีทีวีกันถึงสามช่อง (ก่อนนี้มีถึงสี่ช่องด้วย) แถมยังมีช่องทางการรับชมอื่นๆ อาทิ Netflix ไปจนถึุง Youtube , LineTV อีก (ส่วนสายมืดผมไม่นับนะ)

เมื่อช่องทางให้รับชมมีมากขึ้นหลายเท่าตัว แต่คนดูมีเท่าเดิม เรตติ้งของรายการการ์ตูนญี่ปุ่นทางจอทีวีก็เลยลดน้อยลงกว่าเดิมมากกว่า 80-90% เมื่อเทียบกับยุคทีวีหกช่องเลยทีเดียว แน่นอนครับว่าพอคนดูลดลง รายรับจากค่าโฆษณาก็ย่อมลดลงตามไปด้วย (ใครอยากจะจ่ายแพงขึ้น ทั้งที่คนดูน้อยลงล่ะ) ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในด้านการบริหารจัดการต่างๆ มีแต่จะเพิ่่มขึ้นเรื่อยๆ เลยไม่น่าแปลกใจครับที่ตอนนี้ดูเหมิอนว่าเวลาออกอากาศของช่อง 9 การ์ตูนจะลดน้อยลงกว่าเดิม บางช่วงเวลาก็เปลี่ยนเป็นให้บริษัทอื่นมาเช่าช่วงหรือไทม์แชร์ริ่ง (ไว้ว่างๆ จะอธิบายอีกทีว่ามันมีรูปแบบอะไรบ้า่ง)แทนที่จะทำเอง (เช่นวันพีชหรือจูโอเจอร์) แต่ก็ยังดีกว่าบางช่องที่ถึงกับถอดใจเลิกทำการ์ตูนญี่ปุ่นไปเลยก็มีครับ อาทิเช่น นักรบไอดอล มิราเคิลทูนส์! ที่ตอนแรกบ้านเรา (ช่อง 3SD) ออกอากาศตามหลังญี่ปุ่นแค่สองเดือนเท่านั้น เรียกว่าฉายเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์เรื่องหนึ่งเลย แต่สุดท้ายก็ต้องตัดจบไปกลางอากาศทืี่ 35 ตอน (ออกอากาศครั้งสุดท้าย 25 มีนาคม 2018) เหลืออีก 16 ตอนที่ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าจะได้ดูกันหรือไม่…

ซึ่งถ้าเทียบกับที่ญี่ปุ่น เรตติ้งผู้ชมการ์ตูนทางโทรทัศน์ของญี่ปุ่นก็ลดลงเหมือนกันนะครับ แต่ก็ไม่ได้ลดลงมาก อยู่ที่ราวๆ 30-40% เมื่อเทียบกับเมื่อสิบกว่าปีก่อน ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งนั้นอาจจะต่างจากบ้านเราตรงที่ของญี่ปุ่นนั้นอัตราเด็กเกิดน้อยจนน่าใจหาย ผู้ชมเด็กลดลงมาก แต่การ์ตูนในกลุ่มครอบครัวอย่างซาซาเอะซัง มารุโกะจัง ชินจัง โดราเอม่อน ก็ยังมีคนดูเยอะอยู่ แม้จะฉายต่อเนื่องมาหลายสิบปีแล้วก็ตาม ส่วนการ์ตูนญี่ปุ่นในกลุ่มอื่นๆ เช่นการ์ตูนทีวีรอบดึกนั้น เขาก็มีวิธีบริหารจัดการหารายได้ที่แตกต่างกันออกไป เช่น รายได้่จากดีวีดีและบลูเรย์ จากการขายลิขสิทธิ์สินค้า ของเล่น และอื่นๆ ซึ่งอนิเมส่วนใหญ่ที่พวกเราดูๆ กันนั้นมักจะฉายในช่วงดึกครับ เพราะค่าแอร์ไทม์ถูกกว่า ส่วนโฆษณานั้นเขาไม่ได้หวังอะไรมากนัก เขาหวังรายได้จากส่วนอื่นมากกว่าครับ….

และที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่งก็คอ ในขณะที่เรตติ้งการ์ตูนญี่ปุ่นทางทีวีในบ้านเรากลายเป็นเบี้ยหัวแตกที่กระจัดกระจายไปตามช่องทางต่างๆ แต่การ์ตูนค่ายดิสนีย์ที่ยังคงออกอากาศทางช่อง 7 ตอนเช้ายังมีผู้ชมแตะหลักล้านนะครับ..ในขณะที่การ์ตูนแนวฮีโร่มาร์เวลในตอนนี้ (ล่าสุด ช่อง 7 กำลังฉายเรื่องมาร์เวล อเวนเจอร์ ศึกปฏิวัติอัลตรอน เป็นประจำทุกวันอาทิตย์ ) ก็มีเรตติ้งทางทีวีสูงมากเช่นกัน มีฐานผู้ชมสูงกว่าการ์ตูนญี่ปุ่นหลายเท่าตัวทีเดียวครับ…ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจทืีเดียว เพราะหากย้อนไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน เรตติ้งการ์ตูนแนวฮีโร่อเมริกันนี่เทียบกับญี่ปุ่นไม่ได้เลยครับ…แต่วันนี้มันเปลี่ยนไปแบบไม่เหลือเค้าเดิมเลย…

ตอนต่อไป เราจะมาพูดถึงการวัดเรตติ้ง และแนวโน้มของวงการการ์ตูนทีวีญี่ปุ่นในบ้านเราแต่ละช่อง ว่าเป็นอย่างไร รวมถึงการ์ตูนแนวไหน ช่องไหนที่กำลังได้รับความนิยมทางทีวีบ้านเราตอนนี้กันบ้าง ซึ่งบอกเลยครับว่าตัวเลขที่ออกมากับความรู้สึกของเรานั้นอาจจะไปกันคนละทิศคนละทางกับความเป็นจริงกันเลยทีเดียว

One thought on “เรตติ้งดี ๆ กับรายการการ์ตูนทีวีที่หายไป ตอนที่ 1

  1. ตามมาอ่านค่ะ น่าสนใจมากเลย เพราะปกติก็ดูทีวีตลอด พอรู้ว่าคนดูทีวีไม่น้อยมากอย่างที่คิด ค่อยใจชื้นขึ้นหน่อย รออ่านตอนต่อไปค่ะ

Comments are closed.