บก. หมี

แกะกล่องต่อดิบ Super Mini Pla – DANCOUGA

ถ้าไม่นับพวกที่ต้องซื้อมารวมร่าง หรือตระกูล P-Bandai แล้วล่ะก็ Super Mini Pla – DANCOUGA ตัวนี้ น่าจะเป็นมินิพลาที่มีราคาสูงที่สุดเท่าที่เคยซื้อมา แต่เอาจริงๆ มันก็ไม่ได้แพงอย่างที่หลายๆ คนคิด เพราะมันเป็นมินิพลาที่จบในตัว ไม่ต้องรอตัวอื่นมารวมร่างอะไรอีกแล้ว แม้ตัวดาบดันคูเคนจะถูกแยกขายเป็น P-Bandai ก็เถอะ แต่ถ้าไม่ซีเรียส ไม่มีดาบก็ไม่ตายครับ เพราะอาวุธที่ให้มาก็เยอะอยู่ แถมดาบขายแพงเกินเหตุด้วย

แกะมามีงง เพราะตัวแผงมีแค่ครึ่งกล่อง

ดันคูการ์ตัวนี้ เป็นมินิพลาที่ทำออกมาแยกเป็นสามกล่องย่อย ยัดใส่กล่องใหญ่ขายรวมกันอีกที ซึ่งถึงราคาจะมาไกลขนาดนี้ แต่มินิพลามันก็ยังเป็นของเล่นที่ขายพ่วงมากับขนมอยู่นะครับ (ไม่รู้ว่าจะให้มาทำไม ลูกอมที่ไม่อร่อยเลยเนี่ย) ซึ่งตอนแกะกล่อง ผมก็แอบเซอร์ไพร์สไม่น้อยครับ เพราะกล่องที่ว่าใหญ่เนี่ย จริงๆ มันอัดใส่กล่องไว้แค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งเป็นกระดาษลูกฟูกทำเป็นโครงกลวงๆ ใส่ให้เต็มกล่องเฉยๆ เป็นแบบนี้ถึงสองกล่องเลยครับ มีแต่กล่อง 3 (บิ๊กมอธ) ที่อัดมาเต็มกล่องจริง ก็เลยรู้สึกว่ามันออกจะเปลืองๆ พื้นที่อย่างบอกไม่ถูก

ตัวหุ่นมีขนาดค่อนข้างเล็ก (เทียบกับขวดกาว) จุดขยับเลยเล็กตาม โอกาสหักมีสูง

ในกล่องแรกนั้น จะเป็นหุ่นเสือดำแลนด์คูการ์ และยานอีเกิลไฟเตอร์ ซึ่งในส่วนยานอีเกิลไฟเตอร์นั้น ไม่สามารถแปลงร่างได้นะครับ เขาเลยทำแยกมาให้ต่อทั้งสามร่าง ประกอบด้วยร่างยาน ร่างหุ่น และร่างที่แปลงเป็นหัวของดันคูการ์เลยครับ แม้มันจะดูแล้วไม่สมบูรณ์แบบนัก แต่เอาจริงๆ ถ้ามันทำให้แปลงร่างได้ล่ะก็โอกาสหักคามือมีสูงมากครับ เพราะแขนขาของอีเกิลไฟเตอร์นี่มีขนาดประมาณหนึ่งมิลลิเมตรแค่นั้นเอง

โหมดฮิวแมนนอยด์หรือหุ่นรูปแบบมนุษย์

และการที่ตัวแผงอัดมาค่อนข้างแน่น ทำให้เกิดปัญหาพอสมควรครับ คือตัวแผงมันซ้อนกันจนแน่นและขัดกัน ทำให้ชิ้นส่วนบางส่วนที่มีขนาดเล็กหักงอได้ง่ายมาก อาทิเช่น พวกปืนขนาดเล็ก ซึ่งกล่องแรกผมไม่เจอปัญหาอะไร แต่กล่องสอง (แลนด์ไลเกอร์-หุ่นสิงโต) นั้น ปืนที่ด้านหลังงอตั้งแต่ในแผงเลยครับ (ที่สำคัญ มินิพลาแกะดูเช็คแผงด้านในก่อนซื้อแบบกันพลาไม่ได้ด้วยนะ) แถมชิ้นส่วนบางชิ้นก็เปราะมาก บางจุดก็ทำมาแน่นเกิน ขยับบ่อยๆ ข้อต่อมีโอกาสหักได้ครับ ซึ่งผมก็ทำหักมาแล้วสองจุด คือไหล่ของแลนด์ไลเกอร์ กับหมัดของบิ๊กมอธ ยังดีที่ใช้กาวซีเมนต์ของทามิย่าซ่อมได้ และยังพอขยับได้อยู่ แต่ก็ไม่กล้าขยับเล่นอะไรมาก

โหมดสัตว์หรือบีสต์โหมด ทำออกมาได้ค่อนข้างลงตัว

จุดเด่นของดันคูการ์ก็คือ การที่ตัวมันเองสามารถแปลงร่างได้หลากหลายทั้งโหมดยานพาหนะ โหมดสัตว์ และโหมดฮิวแมนนอยด์ (หุ่นยนต์) และทั้งหมดสามารถรวมร่างเป็นหุ่นยักษ์ดันคูการ์ และยังสามารถรวมร่างกับไฟล์ทบูสเตอร์ ซึ่งเป็นยานที่จะกลายเป็นปีกของดันคูการ์ได้อีก ทำให้มันมีลูกเล่นค่อนข้างเยอะ แถมจุดขยับก็เยอะตามไปด้วย

โหมดยานพาหนะ ซึ่งเป็นโหมดเริ่มต้นที่เราจะได้เห็นในอนิเม

อย่างไรก็ตาม หุ่นประกอบที่มีจุดขยับค่อนข้างเยอะอย่างดันคูการ์ ก็จะมีปัญหาตามมา นั่นก็คือ ความเปราะ ที่ยิ่งแปลงร่างบ่อยมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสหักสูงขึ้นตามไปด้วยครับ แถมชิ้นส่วนที่ค่อนข้างเล็กและละเอียดอ่อน ก็ยิ่งทำให้ประกอบยากขึ้นไปอีก ซึ่งถ้าเทียบกับมินิพลาตัวอื่นๆ ผมว่าดันคูการ์มันเล่นไม่ค่อยสนุกตรงที่มันดูไม่ค่อยทนไม้ทนมือนี่แหละครับ เนื้อพลาสติกเองก็ไม่ค่อยดี บางจุดก็แน่นไป บางจุดก็หลวมไป พูดตรงๆ คือฉีดพลาสติกมาไม่ดีเท่าไหร่ ที่สำคัญการแปลงร่างได้หลายโหมด มันทำให้มีชิ้นส่วนที่ต้องถอดเปลี่ยนเพิ่มขึ้นด้วยครับ แน่นอนว่ามันอาจทำให้มินิพลาตัวนี้ แปลงร่างได้ไม่สมบูรณ์ 100% อย่างที่หวัง แต่ถ้ามองในด้านความสวยงาม มันก็ทำออกมาได้ค่อนข้างลงตัวทีเดียว

ตัวปืนมีขนาดใหญ่มาก แถมยังหนักหลังเพราะปีกขนาดใหญ่ ทำให้จัดท่ายืนได้ไม่มากนัก

โดยสรุปแล้ว นี่เป็นหนึ่งในซูเปอร์มินิพลาที่ผมใช้เวลาประกอบนานที่สุด การประกอบมีจุดโหดๆ ยากๆ และขลุกขลักอยู่พอสมควร แต่หากชอบดันคูการ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นี่เป็นตัวที่ต้องเก็บเลยครับ ลูกเล่นก็ถือว่าเยอะ แปลงร่างได้ค่อนข้างดี (ยกเว้นอีเกิลไฟเตอร์ที่แปลงไม่ได้) แถมชิ้นส่วนเล็กๆ บางชิ้นก็มีลงสีมาให้เสร็จในตัวด้วย (แต่ก็ยังมีส่วนที่ต้องใช้สติกเกอร์อยูดี) ส่วนราคานั้นก็ถือว่าค่อนข้างสูงพอสมควร ที่สำคัญคือกั๊กดาบดันคูเคนเอาไว้ขายแยกกับทาง P-Bandai อีก แต่ก็ยังให้อาวุธอื่นๆ มาครบนะ รวมถึงบีมลันเชอร์ขนาดโคตรใหญ่ที่อาจจะมีปัญหากับการตั้งโชว์พอสมควร แต่ข้อดีคือจบแล้วจบเลย ไม่มีอะไรออกมาอีกแน่นอน (ไม่่นับดาบดันคูเคนที่ต้องซื้อแยกนะ) ใครจะเก็บตัวนี้ก็ลองคิดดีๆ นะครับ