บก. หมี

INSPECTOR GADGET

ในยุค 80 มีการ์ตูนอเมริกันอยู่เรื่องหนึ่งที่ดังในบ้านเราอยู่อย่างเงียบๆ แต่หลายคนยังจดจำเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นการ์ตูนจากฝั่งตะวันตกที่มีพล็อตที่แปลก พระเอกเป็นนักสืบไซบอร์กที่ทำอะไรได้สารพัดอย่าง โดยเฉพาะตรงหมวกของเขาที่มีมือกลติดอุปกรณ์เอาไว้มากมาย ที่คุ้นตาสุดคือใบพัดคอปเตอร์ขนาดใหญ่ที่หัว แถมยังขับรถมินิแวนที่แปลงร่างได้ ออกปฏิบัติภารกิจต่อต้านองค์การร้ายที่ชื่อว่า M.A.D. ที่เราจะเห็นบอสใหญ่แค่ส่วนมือที่เป็นกงเล็บเหล็กเท่านั้น ซึ่งเรื่องราวของเขานั้นหลายคนที่เกิดไม่ทันยุค 80 อาจจะพอคุ้นเคยกับฉบับภาพยนตร์คนแสดงในยุค 90 อยู่บ้าง ซึ่งแน่นอนว่าถึงขนาดนี้คงเป็นคนอื่นไปไม่ได้อีกนอกจาก Inspector Gadget

Inspector Gadget เป็นการ์ตูนปี 1983 และเป็นผลงานร่วมสร้างระหว่างสตูดิโอสามชาติ ฝรั่งเศส-แคนาดา-อเมริกัน เรื่องราวของนักสืบไซบอร์กสุดแสนซุ่มซ่าม แต่ทั่วทั้งตัวกลับเต็มไปด้วยอุปกรณ์พิเศษมากมาย (เวลาจะใช้งานอะไร ก็จะพูดว่า โก โก แก็ตเจ็ตตามด้วยอุปกรณ์นั้น ซึ่งส่วนใหญ่มักจะโผล่มาจากหมวกของแก็ตเจ็ตนี่แหละ และว่ากันว่ามีอุปกรณ์มากถึง 13,000 ชิ้นเลยทีเดียว) แก็ดเจ็ตทำงานร่วมกับหลานสาวชื่อเพนนี(หรือโซฟีในฉบับฝรั่งเศส) และสุนัขชื่อเบรน (หรือฟิน็อตในเวอร์ชั่นฝรั่งเศส) โดยมี ดร.คลอว์เป็นคู่ปรับตัวฉกาจ

ซึ่งแต่ละตอนนั้นก็จะมีพล็อตคล้ายๆ กัน คือแก็ตเจ็ตกับเพนนีต้องทำอะไรร่วมกันสักอย่าง และก็จะมีโทรทัศพ์มาหาแก็ตเจ็ตผ่านทาง “แก็ตเจ็ตโฟน” ที่อยู่ตรงนิ้วมือ แต่ปรากฏว่าหัวหน้าก็จะซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ แถวนั้นมามอบเอกสารลับบอกภารกิจให้และจบด้วยเอกสารลับระเบิดตัวเองบรึ้มทุกครั้งไป (ล้อเลียนหนังสายลับบางเรื่อง) และถึงแม้ว่าแก็ตเจ็ตจะซื้อบื้อและซุ่มซ่าม แต่หลานสาวเพนนีกลับมีไหวพริบช่วยให้แก็ตเจ็ตปฎิบัติภารกิจลุล่วงไปได้ด้วยดีมาโดยตลอด โดยเพนนีนั้นจะมีวิดีโอวอชที่ติดต่อกับคนอื่นได้ และมีอุปกรณ์ไฮเทคมากมายไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊คเป็นต้น (ในปี 1983 คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลแบบที่เราใช้กันยังราคาแพงสุดติ่งมาก ตัวละเป็นแสนๆ ไม่ใช่อุปกรณ์ที่มีตามบ้าน เด็กๆ ไม่ได้ใช้กันได้หรอกครับ ขนาดผู้ใหญ่ยังไม่มีปัญญามีเป็นของตัวเองเลย) ซึ่งหลายต่อหลายครั้งที่เพนนีและเบรนคือคนที่กู้โลกตัวจริงยิ่งกว่าแก็ตเจ็ตเสียอีก

ล่าสุดที่ผ่านตาเราไปก็คือฉบับ NETFLIX ปี 2015

การ์ตูนเรื่อง Inspector Gadget นั้นประสบความสำเร็จสูงมาก ซีรี่ส์หลักถูกนำมาสร้างเป็นการ์ตูนยาวถึง 86 ตอน และยังแตกไลน์แฟรนไชส์ออกไปเป็นซีรี่ส์ย่อยมากมาย (มีกระทั่งรายการเพื่อการศึกษา) ถูกสร้างเป็นวิดีโอเกมบนเครื่องซูเปอร์แฟมิค่อม (ถึงเป็นเกมเด็กแต่ก็สนุกดีนะ) ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์คนแสดงทำเงินไปกว่าร้อยล้าน $ ในช่วงยุค 90s และเมื่อไม่นานมานี้ก็กลับมาสร้างเป็นซีรี่ส์ในรูปแบบ CGI ออกอากาศทาง NETFLIX ไปเมื่อปี 2015 ซึ่งล่าสุดยังมีข่าวแว่วมาว่ากำลังจะมีภาพยนตร์ภาคใหม่ออกมาอีก (แต่ข่าวก็เงียบๆ ไปละ) แต่นั่นก็หมายความว่าลุง Gadget ยังปรากฎตัวให้เราเห็นทางสื่อต่างๆ อยู่เรื่อยๆ

ฉบับคนแสดงช่วงยุค 90s ก็สนุกแบบหนังเด็กนะ

อ้อ ถ้าหลายคนรู้สึกว่าการ์ตูนเรื่องนี้มีกลิ่นอายการ์ตูนญี่ปุ่นอย่างมีนัยสำคัญก็อย่าแปลกใจ เพราะหนึ่งในทีมสร้างเรื่องนี้มีคุณ คาตายามะ เท็ตสึโอะ เป็น Executive Producer  อยู่ด้วย ซึ่งคุณคาตายามะนั้นก็เป็นหนึ่งในอนิเมเตอร์ชื่อดังที่มีผลงานมากมายทั้งการ์ตูนฝรั่งและญี่ปุ่น อาทิเช่น Ace wo Nerae!, Godmars (movie) และเป็นโปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์ชุด Lupin III: The Castle of Cagliostro ซึ่งเป็นผลงานสร้างชื่อของผู้กำกับมิยาซากิ ฮายาโอะด้วยนะครับ