บก. หมี

Pokémon the Movie: Secrets of the Jungle

หลายๆ คนอาจจะสิ้นหวังที่จะได้ชมโปเกม่อนหนังโรงในโรงภาพยนตร์มาได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว แต่อย่างน้อยเราก็มีหนังโรงโปเกม่อนให้ดูผ่าน Netflix กันทุกปี แถมดูพร้อมๆ กันกับประเทศอื่นทั่วโลกด้วย ซึ่งหนังโรงโปเกม่อนชุดที่ 23 ที่ฉายที่ญี่ปุ่นไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมาแต่เพิ่งมาลง Netflix ให้เราได้ดูกันก็คือ Pokémon the Movie: Secrets of the Jungle หรือ Pocket Monsters the Movie: Coco นั่นเองครับ

สำหรับโปเกม่อนหนังโรงภาคนี้ ก็เป็นอีกภาคหนึ่งที่เนื้อเรื่องเป็นเอกเทศจากภาคซีรี่ส์ ดังนั้นเราจะเก็บพ่อหนุ่มโกคู่หูคู่ซี้ของซาโตชิในภาคทีวีเอาไว้ก่อน เพราะนางจะไม่มีบทบาทในภาคนี้ครับ โดยภาคนี้จะเป็นเรื่องราวของซาโตชิและพิคาชู ที่จะไปผจญภัยที่ป่าโอโคยะ และได้พบกับ โคโค่ เด็กหนุ่มชาวมนุษย์ที่ถูก “ซารู๊ด” (โปเกม่อน) เลี้ยงดู และกลายเป็นเพื่อนกัน โดยตัวโคโค่นั้นไม่รู้มาก่อนว่าตนเองเป็นมนุษย์ เพราะใช้ชีวิตอยู่แต่ในป่าไม่เคยเจอใคร แถมยังเข้ากับซารู๊ดตัวอื่นนอกจากพ่อบุญธรรมไม่ได้ เพราะพ่อของซารู๊ดถูกขับออกจากฝูงเนื่องจากเก็บเอาโคโค่ที่เป็นมนุษย์มาเลี้ยงไว้นั่นเอง

เนื้อเรื่องของโปเกม่อนภาคนี้มีความเป็นดิสนีย์สูงมาก ตั้งแต่พล็อตที่เหมือนเอาเมาคลีลูกหมาป่ากับทาร์ซานมาผสมรวมกัน แล้วยังมีความเป็น musical แบบดิสนีย์อีก (เสียดายที่ฉบับ Netflix ทำเพลงภาษาไทยไม่ครบทุกเพลง ทำเฉพาะเพลงของพวกซารู๊ด) และเอาจริงๆ ภาคนี้ซาโตชิเหมือนเป็นตัวประกอบด้วยซ้ำ เพราะตัวเอกจริงๆ ก็คือโคโค่ ที่เหมือนอยู่บนความขัดแย้งของสองฝั่ง ระหว่างมนุษย์และโปเกม่อน

โคโค่ไม่เห็นด้วยกับพวกซารู๊ดที่หวงรังของตนที่เป็นแหล่งน้ำวิเศษที่มีฤทธิ์ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บโดยไม่ให้โปเกม่อนสายพันธุ์อื่นเข้ามาใช้ ในขณะที่โคโค่รักโปเกม่อนและสัมผัสได้ถึงความผูกพันระหว่างมนุษย์กับโปเกม่อน แต่ก็สัมผัสได้ถึงด้านมืดของมนุษย์ที่หวังจะครอบครองน้ำวิเศษโดยไม่สนวิธีการจนทำให้ป่าต้องเดือดร้อน

พล็อตเรื่องนั้นง่ายสไตล์หนังเด็ก คือดูปุ๊บเราก็เดาฉากจบได้ไม่ยาก แต่ก็มีจุดน่าสนใจหลายๆ อย่าง เช่นฉากคอมพิวเตอร์กราฟฟิคในหลายๆ ซีนที่ดูสวยดี ภาพสวย สามารถดูเข้าใจเนื้อเรื่องได้โดยไม่ต้องดูทีวีซีรี่ส์มาก่อน เพราะเนื้อเรื่องแยกเป็นเอกเทศออกมาเลย ส่วนงานภาคไทยก็เป็นเสียงทีมงานของ True ที่คุ้นหูกันดีครับ (ทำมาหลายปีแล้ว) และก็อย่างที่บอกไปแล้วว่า เนื้อเรื่องภาคนี้ชูโคโค่เป็นตัวละครเด่นกว่าพวกซาโตชิเสียอีก ก็แอบหวังว่าอยากเห็นเรื่องราวของโคโค่ต่อนะ แม้เอาจริงๆ จะเป็นไปได้ยาก แต่ถ้ามีโอกาส โผล่มาเป็นแขกรับเชิญในภาคทีวีซีรี่ส์บ้างก็ยังดี