โดราเอมอน ตอน ตะลุยปราสาทใต้สมุทร

วันนี้เป็นวันเกิดโดราเอม่อน (3 กันยายน) ก็เลยอยากจะพูดถึงเรื่องราวของโดราเอม่อนสักหน่อย ซึ่งในวันนี้หลายๆ คนคงพูดถึงเรื่องกำเนิดโดราเอม่อนกันไปเยอะแล้ว ก็เลยอยากจะพูดถึงโดราเอม่อนตอนที่ผมชอบที่สุด ซึ่งเอาจริงๆ ก็มีหลายตอนนะ แต่พอนั่งคิดถึงความประทับใจแรกๆ ที่มีต่อเจ้าแมวตัวนี้ ผมคิดว่า โดราเอมอน ตอน ตะลุยปราสาทใต้สมุทร น่าจะติด Top 3 ในใจผม

โดราเอมอน ตอน ตะลุยปราสาทใต้สมุทร เป็นอนิเมหนังโรงปี 1983 และเป็นโดราเอม่อนตอนยาวเรื่องที่ 4 ที่สร้างต่อเนื่องนับจากปี 1980 (ซึ่งสองภาคแรกได้เคยนำมาฉายโรงใทยด้วย) โดยเนื้อเรื่องภาคนี้ จะเกี่ยวกับอาณาจักรมูและแอตแลนติส หลังจากที่สามภาคก่อนหน้านั้น โนบิตะได้ย้อนเวลาไปตะลุยไดโนเสาร์ ออกอวกาศ ไปแอฟริกา คราวนี้ก็เลยจะไปลงทะเลตะลุยใต้สมุทรกันบ้าง

สำหรับผม โดราเอม่อนหนังโรง 10 ตอนแรกในยุค 80s นั้นจะมีความเป็นหนังโรงที่แตกต่างจากทีวีซีรีส์อยู่มาก คือมีเรื่องราวแฟนตาซีผสมวิทยาศาสตร์ เรื่องราวประวัติศาสตร์ และบางครั้งก็แทรกปรัชญาการเมือง สงคราม มีความดาร์คที่เข้มข้นกว่าทีวีซีรีส์ปกติ ซึ่งจะแตกต่างจากหนังโรงโดราเอม่อนในยุคหลังที่จะเป็นหนังครอบครัว ที่มันจะสนุกกันไปคนละแบบ อาจเพราะสภาพสังคมในยุค 80s มันเป็นจุดผสมผสานระหว่างความขัดแย้งของโลกยุคเก่าและใหม่ เป็นยุครุ่งเรืองของเศรษฐกิจและสังคม และการเปิดรับไอเดียใหม่ๆ ที่ทำให้การ์ตูนยุคนั้นเริ่มแหวกกรอบเดิมๆ ของคำว่า “การ์ตูนเด็ก” ออกมา

จุดเริ่มต้นของโดราเอม่อนภาคนี้ เริ่มต้นจากเรื่องเล็กๆ แค่ว่าพวกโนบิตะจะไปเที่ยวภูเขาหรือทะเล ไปสู่การนำเสนอการผจญภัยในโลกใต้สมุทร์ในแบบโดราเอม่อนที่ลุกลามไปถึงความขัดแย้งของอาณาจักรใต้ทะเล โดยบอสใหญ่ของเรื่อง คือสมองกลโพไซดอน ซึ่งในตอนนั้นไอเดียแบบนี้ถือว่าล้ำมากนะครับ เพราะถ้าเทียบกับยุคนี้ โพไซดอนก็คือเอไอนี่แหละ อ.ฟูจิโกะพูดถึงเรื่องเอไอที่เข้ามามีบทบาทและอิทธิพลเหนือมนุษย์ตั้งแต่ปี 1983 กันเลยทีเดียว

(แต่เอาจริงๆ คนแรกๆ ที่พูดถึงเอไอกับคนในวงการการ์ตูนญี่ปุ่น ก็คืออาจารย์เท็ตซึกะ ซึ่งจะว่าไปก็ถือเป็นครูผู้เป็นแรงบันดาลใจของ อ.ฟูจิโกะเหมือนกัน จะเห็นเลยว่า ในยุคนั้น จะเริ่มมีการพูดถึงสมองกลในการ์ตูนกันมาก เพราะเป็นยุคปฏิวัติคอมพิวเตอร์ด้วย)

โดราเอม่อนภาคนี้เป็นอีกภาคที่ผมหยิบมาอ่านซ้ำบ่อยมาก ตอนเด็กๆ ก็จะได้ฟีลสนุกสนานแบบเด็กๆ คือเป็นภาคที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการที่สดใหม่มากในยุคนั้น แต่พอเป็นผู้ใหญ่แล้วมาอ่านใหม่ ก็จะได้อารณ์ที่แตกต่างไปอีกแบบ ทั้งการวางโครงเรื่อง พล็อต จุดพลิกผัน ไปจนถึงงานออกแบบเมคานิกส์ คือจะว่าไปมันก็เป็นเหมือนวรรณกรรมไซไฟสำหรับเยาวชนในเวอร์ชั่นการ์ตูนดีๆ นี่เอง และที่ผมคิดไม่ถึงก็คือ ตัวละครที่ผมชอบที่สุดในภาคนี้ กลับไม่ใช่คนด้วยซ้ำ แต่เป็นรถบักกี้ ที่มีบทเด่นมากในเรื่อง และมีฉากขโมยซีนตั้งแต่ต้นจนถึง Climax ของเรื่องเลย

ถ้าใครอยากจะเริ่มต้นอ่านหรือดูโดราเอม่อนตอนพิเศษ ตะลุยปราสาทใต้สมุทร จะเป็นโดราเอม่อนตอนแรกๆ ที่ผมแนะนำครับ