ข่าวที่น่าจะช็อกวงการที่สุดในวันนี้ก็คือ การที่โตเอะและทีวีอาซาฮี ตัดสินใจ “ยุติ” ซูเปอร์เซ็นไตซีรีส์ที่สร้างต่อเนื่องมายาวนานกว่า 50 ปี (รายงานข่าวจาก oricon) แม้จะเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายคาดการณ์เอาไว้บ้างแล้ว แต่ก็ยอมรับว่า น่าใจหายครับ

คือเราต้องยอมรับว่า ซูเปอร์เซ็นไต ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของหนังแปลงร่างโทคุซัตสึนั้น ตกอยู่ในสภาวะถดถอยมาหลายปีแล้ว ทั้งเรตติ้งที่ลดลงเรื่อยๆ ไปจนถึงยอดขายของเล่นที่เป็นหัวใจของซูเปอร์เซ็นไตก็ถดถอยลง จนหลังๆ แพ้แฟรนไชส์รุ่นน้องอย่างพรีเคียว และโดนอุลตร้าแมนที่กำลังไปได้ดีในตลาดต่างประเทศทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ

ด้วย Position ของเซ็นไต ที่มีเอกลักษณ์และรูปแบบการดำเนินเรื่องที่ชัดเจน รวมถึงกลุ่มเป้าหมายที่เน้นกลุ่มเด็กในประเทศที่อัตราเกิดต่ำเป็นลำดับต้นๆ ของโลก แน่นอนครับว่า ฐานผู้ชมนั้นมีแต่ลดลง และของเล่นของเซ็นไตนั้นก็ขายกันปีต่อปี ในขณะที่ไรเดอร์ หรืออุลตร้าแมน เราจะเห็นว่ายังมีฐานผู้ชมที่เป็นผู้ใหญ่อยู่มาก และของเล่นคาแรกเตอร์เก่าๆ ของไรเดอร์และอุลตร้าแมนตัวเก่าๆ ก็ยังมีการนำมาย้อม เอ้ย ผลิตออกมาในรูปแบบใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ

ซึ่งถามว่าคนทำเซ็นไตรู้ไหม…รู้สิครับ หลังๆ เซ็นไตรุ่นใหม่ๆ จึงมักจะเอาเหล่ารุ่นพี่ขบวนการกลับมามีบทบาท มีส่วนร่วม พยายามปรับเนื้อหา ทดลองอะไรใหม่ๆ หวังว่าผู้ใหญ่อดีตวัยรุ่นยุคโชวะและเฮย์เซย์จะกลับมาชมกันมากขึ้น มีของสะสมมากขึ้น แต่สุดท้ายเรตติ้งก็ไม่ขึ้น ยอดมันก็ไม่ได้เดินอย่างที่คิดครับ ตัวที่ขายได้ ก็ยังขายได้ อย่างไดจูจินรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ แต่ตัวอื่นๆ แม้จะมีออกไลน์ใหม่ๆ อย่าง SMP , DX Robo Universe หรือออกของออกหนังฉลองครบรอบ 20 ปี 30 ปี มาเอาใจแฟนๆ ที่เป็นผู้ใหญ่ แต่ตัวเลขมันก็บอกชัดเจนว่า มันไม่ได้ดีอย่างที่คิด

ส่วนตลาดต่างประเทศ ที่เซ็นไตเริ่มประสบความสำเร็จก่อนจาก Power Ranger พอถึงจุดที่ Power Ranger แยกเป็นอิสระจากโตเอะและบันได หายนะก็บังเกิด เพราะคนทั่วโลก (ที่ไม่ใช่บ้านเรา) รู้จัก Power Ranger มากกว่าเซ็นไต ทำให้โอกาสที่โตเอะและบันไดจะเอาเซ็นไตออริจินอลไปแข่งกับ Power Ranger นั้น….ยากโคตร ทั้งเรื่องการลงทุน และความแตกต่างทางวัฒนธรรม ที่ซูเปอร์เซ็นไตนั้นถูกวางกลุ่มเป้าหมายเป็นคนญี่ปุ่นก่อน ทำให้การปรับเนื้อหาแบบญี่ปุ่นจ๋าๆ ให้คนต่างชาติเข้าใจและสนุกไปกับมันได้เหมือนคนญี่ปุ่นนี่ยากมากครับ ฝรั่งเจอมุกกองเชียร์ในโกจูเจอร์เข้าไปก็มึนเหมือนกัน ส่วนของเล่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เรื่องคุณภาพงานญี่ปุ่นอาจจะดีกว่า แต่เรื่องต้นทุน ความหลากหลาย นี่ผมว่างาน Power Ranger หลังๆ เริ่มจะเหนือกว่าแล้วนะ แม้จะเน้นหากินแต่ภาคแรกๆ วนๆ อยู่นั่นแหละ แต่ฐานลูกค้าเขาชัดเจนอยู่

ซึ่งถ้าถามว่าบันไดจะทิ้งเซ็นไตไปเลยไหม ผมก็คงบอกว่า ไม่มีทางครับ IP เซ็นไตมูลค่ามันมหาศาลมาก แต่การพัฒนาเซ็นไตขบวนการใหม่ๆ คงหยุดไปอย่างน้อยก็พักใหญ่ๆ แล้วกลับไปขุดเซ็นไตเก่าๆ มาหากินกันได้อีกยาวๆ อย่างน้อยๆ SMP ที่ตัวเล็กแต่แพงก็ต้องมาล่ะ งานวาระครบรอบต่างๆ ก็ต้องมาล่ะ แต่ซีรีส์เซ็นไตที่มีทั้งต้นทุนการถ่ายทำ ค่าตัวดารา นักแสดง เฉพาะตัวหลักก็ร่วมสิบคน ฉากเอฟเฟคเผาเงินตูมตาม ก็คงต้องหยุดล่ะครับ แล้วเอาทุนไปทำแฟรนไชส์ใหม่ๆ ที่เข้ากับยุคสมัยและใช้ต้นทุนน้อยกว่า อาจจะไม่ต้องยาวถึงห้าสิบตอน แต่เน้นขายต่างประเทศง่ายๆ ในยุคสตรีมมิ่ง อาจจะเหมาะสำหรับยุคนี้มากกว่า

ถ้าถามว่าเสียดายไหม…เสียดาย ใจหายไหม ใจหายสิ แต่ life will find a way ครับ สิ่งดีๆ เก็บไว้ในใจ ในความทรงจำที่มีร่วมกันมาตั้ง 50 ปี และบางครั้งก็อาจจะแปรสภาพไปเป็นของเล่นเอาใจวัยรุ่นยุคโชวะหรือเจนวายมีปมจากลุงบันบ้าง ยังไงโตเอะไม่เลิกหากินกับซูเปอร์เซ็นไตหรอก เชื่อผม แฟลชคิงถูกทำลายไปยังเอาแฟลชไตตั้นมาสู้ต่อแล้วค่อยไปขุดแฟลชคิงกลับมาทีหลังยังได้เลย ถึงวันนี้จะแพ้ ก็กลับไปหาทางออกแล้วกลับมาสู้ใหม่ได้ครับ ถึงจะสมเป็น Super Sentai Spirit!
