[ดูจบแล้ว] Beastars Final Season

ช่วงนี้กระแส One Piece Season 2 มาแรงมาก แต่ขอสารภาพตามตรงว่า ยังไม่ได้ดูสักตอน เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมใช้เวลาไปกับการทยอยดู Beastars Final Season พาร์ท 2 และก็เพิ่งดูจบไปเมื่อเช้านี้เอง

หลังจากที่ Beastars Final Season 1 จบลงอย่างเดือด ด้วยการเปิดตัวบอสใหญ่เมล่อน ลูกครึ่งสัตว์กินเนื้อและสัตว์กินพืช (leopard-gazelle) ที่มีจิตใจบิดเบี้ยว สามารถเล่นงานเลโกชี่จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เนื้อหาภาคนี้จึงเน้นไปที่การไล่ล่าเมล่อน ไม่ใช่เพื่อล้างแค้น แต่เพื่อปกป้องผู้อื่น ทว่าท้ายสุดเลโกชี่กลับตกหลุมพรางกลายเป็นฝ่ายที่ถูกตำรวจไล่ล่าพร้อมกับโดนหมายจับด้วย

หลังจากจบเนื้อเรื่องพาร์ทโรงเรียน เนื้อหาของเรื่องก็หนักหน่วงขึ้น ทั้งการต่อสู้ ไล่ล่า ไปถึงเรื่องราวผลประโยชน์ทางการเมือง ทั้งบนดินและใต้ดิน การจับคู่ของรุ่นพี่หลุยส์และเลโกชี่ในสนามรบบนดินและใต้ดินที่ต่างก็มีผลประโยชน์เชื่อมโยงกัน มันให้บรรยากาศเหมือนกับ SANCTUARY สุภาพบุรุษทรชน เวอร์ชั่นสรรพสัตว์ เมื่อหลุยส์กลายเป็นหนุ่มกวางที่โดดเด่นในชนชั้นปกครองของสังคม ส่วนหมาป่าเลโกชี่ก็สร้างวีรกรรมใหม่ในตลาดมืดช่วงท้ายเรื่อง โดยมีกระต่ายฮารุและแก๊งชิชิกุมิ เชื่อมโยงทั้งสอง และมีเมล่อน เป็นศัตรูร่วมกัน

เนื่องจากเนื้อหาภาคนี้เป็นซีซันสุดท้าย จึงไม่มีการเกริ่นนำหรืออารัมภบทกันให้ยืดยาวมากนัก เนื้อเรื่องหลักเดินอย่างดีด กระชับ ฉับไว และสลับไปเล่าเรื่องราวในชมรมละครเป็นระยะ เพราะหลังจากเลโกชี่ออกจากโรงเรียน กิจกรรมของชมรมละครก็ได้รับผลกระทบจากการแบ่งขั้วขัดแย้งระหว่างสัตว์กินพืชและกินเนื้อ ซึ่งทางชมรมละครก็พยายามที่จะแก้ปัญหานี้ผ่านสิ่งที่ตนถนัด นั่นคือละครเวที

เนื้อหาของเรื่องจึงเหมือนแบ่งกันเดิน ระหว่างพาร์ทของเลโกชี่ พาร์ทของหลุยส์ และพาร์ทชมรมละคร โดยมีบทสรุปสุดท้ายคือการดวลกันระหว่างเลโกชี่และเมล่อน ซึ่งโดยภาพรวมนั้นทำออกมาดีครับ แต่ช่วงท้ายเหมือนจะเร่งรัดจบไปหน่อย คือผมเชื่อว่า ทุกคนอยากรู้เรื่องราวของตัวละครหลักต่อจากนี้ว่าจะเป็นยังไงต่อไป ไม่ใช่สู้รู้แพ้ชนะกันแล้วจบเลย ทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบแบบงงๆ ซึ่งผมคิดว่า เรื่องราวหลังจากการต่อสู้สิ้นสุด น่าจะขยายรายละเอียดได้อีกตอนสองตอนเลย พอจบแบบนี้แม้เรื่องมันจะเคลียร์ แต่อารมณ์มันก็ยังค้างอยู่หน่อยๆ เหมือนกัน

โดยสรุป เรื่องราวของ Beastars ฉบับอนิเม ก็จบลงด้วยความยาวทั้งซีรีส์ 48 ตอน ออกอากาศตั้งแต่ปี 2019 – 2026 (7 ปี) เมื่อเทียบกับหนังสือการ์ตูนที่ยาวถึง 22 เล่ม ก็เข้าใจได้ว่าอนิเมค่อนข้างเร่งเนื้อเรื่องและตัดเนื้อหาบางช่วงออกไปบ้าง แต่โดยรวมก็ช่วยให้อนิเมมีความกระชับ ไหลลื่น ดูสนุก และถือเป็นอนิเมดีๆ อีก 1 เรื่องใน Netflix ที่อยากจะแนะนำให้ลองชมกันครับ