เชื่อไหมครับว่า ทันทีที่ทราบกำหนดฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ในประเทศไทย ผมทำเรื่องลาพักร้อนเพื่อจะไปดูหนังเรื่องนี้ทันที และความตั้งใจผมเดิมทีก็คือ จะดู File1 วันนี้ และ File2 วันพรุ่งนี้ แล้วถึงค่อยรีวิว แต่ปรากฎว่าพรุ่งนี้ผมคงไม่มีโอกาสได้ไปดูแล้ว ก็ขอรีวิว File 1 เอาละกัน แล้วค่อยไปดู File 2 รอบปกติเอา (ถึงตอนนั้นอาจรีวิว File 2 อีกที)

หลังจากที่ดู File 1 แล้ว ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับ Patlabor ดั้งเดิม หนังโรงภาคนี้จะเหมือนภาค OVA มากกว่าภาคหนังโรง ซึ่งถ้าใครนึกออก Patlabor: The Movie ของผู้กำกับ Mamoru Oshii นั้นจะมาในแนวเข้มข้นจริงจัง ส่วน Patlabor OVA จะมาในแนวชีวิตประจำวันตำรวจ ซึ่งตัว EZY จะมาในแนวทางนี้ครับ

โดยเซ็ตติ้งของโลกนี้ จะใช้วิธีเดียวกับภาคเดิม คือเป็นโลกอนาคตอันใกล้ห่างไปราวๆ 10 ปี (ภาคแรก 80 ปลายๆ เล่าเรื่องช่วงปี 2000) เป็นโลกที่มีหุ่นเลเบอร์มาใช้แรงงานแทนคน โดยเฉพาะเมก้าโปรเจคที่ชื่อ บาบิลอนโปรเจค (โครงการพัฒนาและปรับโครงสร้างพื้นที่อ่าวโตเกียว) ก็เลยมีคนไม่หวังดี เอาเลเบอร์มาใช้ก่ออาชญากรรม ก็เลยต้องมีหน่วย Patrol Labor ออกมาปราบ

แต่พอมาเป็นภาคนี้ ซึ่งเป็นเหตุการณ์หลังบาบิลอนโปรเจคสร้างเสร็จแล้ว หุ่นเลเบอร์กลายเป็นของตกยุค ไพลอตเลเบอร์กลายเป็นตาลุงตกงาน บริษัทผลิตเลเบอร์หลายบริษัทถึงขั้นล้มละลาย หน่วยตำรวจเลเบอร์เองก็เลยว่างงานจนถูกมองว่าเป็นตัวเปลืองภาษีไปวันๆ จากนั้นเรื่องก็จะมาเล่าเรื่องราวชีวิตประจำววันของเหล่าตำรวจเลเบอร์ ซึ่งในหนังโรงเหมือนเอา OVA 3 ตอนมารวมเป็นเรื่องเดียวกัน โดยกล่าวถึงตัวละครใหม่ นางเอกใหม่ โทวะ คุงะ ที่เหมือนเอาโนอามาผสมกับความบ้าพลังของโอตะ จนมีคาแรกเตอร์ที่มีเอกลักษณ์ในแบบของตนเอง

จุดเด่นของเรืองคือ ฉากแฟนเซอร์วิสเอาใจแฟนๆ Patlabor กับหนังอนิเมยุค 90s คือนอกจากจะมีตัวละครเก่ากลับมาแบบโคตรจะเด่นแล้ว หลายๆ ซีนยังมีการ ref ถึงแพทเลเบอร์ภาคเก่า ตั้งแต่ซีนเปิดเรื่องที่เหมือนตอน OVA ชุดแรก ชื่อ Alphonse ของอินแกรม หรือตอนที่ 3 ที่เหมือนจะเอาเนื้อเรื่องในหนังสือการ์ตูนตอนหนึ่งมายำใหญ่ (และหลัง End Credit ที่แฟนอนิเมยุคเก่าปีลึกนี่ห้ามพลาดเด็ดขาด)

สำหรับแฟน Patlabor แล้ว เรียกได้ว่าเป็นหนังที่ดูแล้วปลื้มปริ่มมากๆ แต่หากไม่เคยดู Patlabor มาก่อน ก็ยังดูได้สนุก แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าโทนหนังมันไม่ใช่หุ่นยนต์บู๊แหลกโชว์อภินิหาร แต่เป็นหนังที่เล่าว่า เราจะใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่มีหุ่นเลเบอร์กันได้อย่างไรมากกว่า
แต่ที่แน่ๆ หนังโคตรสนุกครับ (โดยเฉพาะตอนสองกลางเรื่องนี่หัวเราะลั่นเลย)
