[ดูจบแล้ว] วาดเรื่องนี้ก่อนแล้วค่อยตาย” (Kore Kaite Shine)

วาดเรื่องนี้ก่อนแล้วค่อยตาย” (Kore Kaite Shine) อาจเป็นอนิเมที่บ้านเราพูดถึงค่อนข้างน้อยในซีซันที่ผ่านมา แต่ก็เป็นอนิเมที่ผมค่อนข้างชอบมากๆ ตัวต้นฉบับสร้างจากผลงานการ์ตูนของ มิโนรุ โทโยดะ ที่ตีพิมพ์ใน โชเน็น ซันเดย์ รายเดือน ซึ่งผลงานเรื่องนี้กวาดรางวัลใหญ่ๆ ในวงการมามากมายก่อนที่จะถูกสร้างเป็นอนิเมโดย Shin-Ei Animation ความยาว 12 ตอนจบซีซัน

เนื้อเรื่องจะเกี่ยวข้องกับยาสุมิ ไอ เด็กสาวนักเรียนมัธยมที่อาศัยอยู่ในเกาะ อิซุโอชิมะ ตัวเธอชอบการ์ตูนมังงะมากๆ แม้ เทชิมะ เรย์ อาจารย์ของเธอจะคอยพร่ำสอนว่าการ์ตูนเป็นเรื่องไร้สาระ จนกระทั่งเธอตัดสินใจแอบออกจากเกาะไปงานการ์ตูน และพบว่าอาจารย์ของเธอนั่นแหละ เป็นนักเขียนการ์ตูนเรื่องโปรดที่เธอชอบ

ซึ่งเนื้อเรื่องจะเล่าขนานกันไประหว่างเรื่องราวของ เทชิมะ เรย์ ที่ตัดสินใจเป็นนักวาดการ์ตูน และต้องพบกับความจริงอันโหดร้ายในวงการนักเขียนการ์ตูนอาชีพ จนไม่อยากให้ใครมามีชะตากรรมเดียวกับเธออีก แม้เธอจะแอบดีใจที่ ยาสุมิ ไอ ชอบการ์ตูนของเธอ และอยากเขียนการ์ตูน และสอนว่า ให้เป็นแค่งานอดิเรกเท่านั้น

ในขณะที่ฝั่งยาสุมิเองก็กำลังเริ่มต้นเข้าสู่โลกของการ์ตูนมังงะ และเลือกที่จะสร้างเส้นทางการ์ตูนร่วมกับเพื่อนๆ ในแนวทางของเธอเองร่วมกับเพื่อนๆ โดยมีเทชิมะ เรย์ นั่นแหละ เป็นแม่ยกซึนเดเระที่แอบผลักดันอยู่เบื้องหลัง แม้ปากจะบอกว่าไม่อยากให้ลูกศิษย์จริงจังกับการ์ตูน ย้ำนักย้ำหนาว่าเป็นแค่งานอดิเรก แต่เวลายาสึมิอยากได้อะไร หากเกี่ยวข้องกับการ์ตูนก็จัดให้ตลอด

นิยายของผมสำหรับอนิเมเรื่องนี้ก็คือ “จดหมายรักที่ผู้เขียนมีต่อวงการการ์ตูน” หลังจากที่เราเคยรู้เรื่องราวของ “ชูเอย์ฉะ” ผ่านบาคุแมน และ “โคดันฉะ” ผ่าน Hit Man กันไปแล้ว คราวนี้จะเป็นการเล่าเรื่องในมุมของโชกักกุคัง ผ่านเรื่องราวเด็กสาวบนเกาะห่างไกลโตเกียวที่รักการ์ตูน ค่อยๆ เรียนรู้ที่จะรู้จักวงการการ์ตูน และอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่จะต้องเลือกเส้นทางชีวิตของตน

เนื้อเรื่องอาจจะไม่หวือหวา แต่สำหรับคนที่ชอบการ์ตูนมังงะ เรื่องนี้มีการแอบ “หยอด” ความรักที่มีต่อการ์ตูนมังงะแทรกอยู่ในเนื้อเรื่องอยู่ตลอด และกล้าเล่าเรื่องราวในมุมที่ไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จเหมือนเรื่องอื่น คือเป็นเรื่องราวของความรักที่อยากจะเขียนมังงะ และอากจะถ่ายทอดความรักความรู้สึกออกมา ซึ่งตรงนี้ทำให้ผมรู้สึกว่า “วาดเรื่องนี้ก่อนแล้วค่อยตาย” มันสนุก และแตกต่างจากเรื่องอื่นๆ แต่ก็อาจจะไม่ใช่แนว Mass ที่เข้าถึงได้ง่าย แต่ก็เป็นผลงานที่รู้สึกอยากจะบอกต่อให้ลองรับชมกัน โดยเฉพาะสำหรับคนที่รักการ์ตูนมังงะก็อาจจะอินกับเรื่องนี้มากขึ้นไปอีก