“เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ ในโลกเมตาเวิร์ส” (Cosmic Princess Kaguya!) สำหรับผมกลายเป็นอนิเมที่ทำออกมาได้ดีเกินคาดเรื่องหนึ่งในช่วงต้นปีนี้ แม้ครั้งแรกผมจะสนใจเรื่องนี้ก็เพราะเพลงประกอบที่ได้นักแต่งเพลงดังๆ มาร่วมงานมากมาย รวมถึงความกล้าหาญในการเอาเพลงดังอย่าง World Is Mine มาใช้เป็นเพลงหลักจนกลายเป็นไวรัล และเนื้อเรื่องที่เหมือนจะเอาตำนานเจ้าหญิงคางุยะมายำใหญ่ จากเจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ กลาบเป็นเจ้าหญิงเกิดจากเสาไฟฟ้า คือคิดว่าอนิเมน่าจะมาแนวหนังเพลง+คอเมดี้ ดูเอาฮา แต่เอาจริงๆ มันไม่ใช่เลย

เรื่องนี้มีตัวละครหลักๆ ก็คือ อิโรฮะ เด็กสาว ม.ปลายที่ทะเลาะกับแม่แล้วออกจากบ้านมาใช้ชีวิตคนเดียว (เห็นมะ เริ่มมีแววจะดราม่าละ) ได้เจอกับ คางุยะ เด็กผู้หญิงลึกลับที่ออกมาจากเสาไฟฟ้าและถูกอิโรฮะเก็บมาเลี้ยง พอคางุยะเติบโตขึ้นแบบเร็วโคตรๆ ก็ได้รู้จักกับโลกเมต้าเวิร์ส “สึคุโยมิ” ที่อิโรฮะหลงไหล ซึ่งในโลกนี้ก็มี ยาจิโยะ ที่เป็นเวอร์ชวลแอดมินและเป็นไอดอลของโลกนี้ที่อิโรฮะชื่นชอบมาก คางุยะก็เลยก้าวเข้าสู่วิถีแห่งสตรีมเมอร์ออนไลน์และเข้าแข่งยาจิโยะคัพซึ่งผู้ชนะก็จะได้เล่นคอนเสิร์ตใหญ่ร่วมกับยาจิโยะและกลายเป็นไอดอลชื่อดังแห่งสึคุโยมิ

ฟังดูก็เหมือนจะเป็นเรื่องสนุกๆ ที่เจ้าหญิงคางุยะจอมแก่นอยากเป็นไอดอลในโลกออนไลน์ แต่นั่นแค่ส่วนครึ่งแรกของเนื้อเรื่องครับ ซึ่งจากนี้ผมจะไม่สปอยล์ละ แต่เรื่องราวของคางุยะนั้นกลับมีอะไรที่ลึกซึ้งและซับซ้อนมากกว่าการล้อตำนานโบราณของเจ้าหญิงคางุยะ คือตัวหนังเล่นสเกลเรื่องใหญ่กว่าที่คาดไว้มากๆ และการเฉลยเรื่องราวในช่วงกลางถึงท้ายมันกลับทำให้เส้นเรื่องที่เหมือนโยงกันมั่วๆ ราวกับคนเขียนบทมันส์มือยัดทุกอย่างลงไปในช่วงแรกกลับเชื่อมต่อกันหมด และทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอิโรฮะ คางุยะ และยาจิโยะ ที่ตอนแรกดูแล้วรู้สึกแปลกๆ กลับมาลงตัว แม้เนื้อเรื่องจะมีจุดพลิกผันราวกับรถไฟเหาะ แต่สุดท้ายเรื่องนี้จบสวย happy ending แบบที่คางุยะตั้งใจไว้โดยที่ผู้ชมคาดไม่ถึงและเดาทางไม่ออก

ในส่วนโปรดักชั่น ซึ่งเป็นผลงานของ Studio Colorido (บริษัมลูกของ Twin Engine) ซึ่งถนัดทำงานออริจินอลอนิเมให้ Netflix มาหลายเรื่อง อาทิ My Oni Girl หรือ Drifting Home และยังเป็นสตูดิโอที่ทำอนิเมหนังโรงที่น่าสนใจอย่าง Penguin Highway ด้วย โดยรวมก็ทำเรื่องนี้ออกมาได้สนุกครับ ภาพสวย เพลงดีระดับยอดเยี่ยม สมที่ได้นักแต่งเพลงมือดีในวงการมาร่วมงานหลายคน แต่ที่ผมอึ้งกว่าคือ ในฉบับพากย์ไทย มีการแปลงเพลงให้เป็นเพลงไทยด้วย มันทำให้หลายๆ คนต้อยอมดูหนังเรื่องนี้ไม่ต่ำกว่าสองรอบ เพื่อจะได้ฟังทั้งเพลงต้นฉบับและเพลงไทย และจะได้เก็บรายละเอียดในจุดที่เผลอมองข้ามและถูกเฉลยในภายหลังด้วย

หากดูกระแสตอบรับ ก็ถือว่าดีเลยครับ ตัวอนิเมติด Top 10 ของ Netflix ในไทย และน่าจะเป็นอนิเมออริจินอลของ Netflix ที่ผมชอบที่สุดในรอบหลายปีเลย แต่ก็บอกตามตรงว่า หลายๆ คนดูแล้วอาจจะไม่ชอบก็ได้นะ เพราะเอาจริงๆ เนื้อหาการครอสกลับไปกลับมาระหว่างโลกเสมือนกับโลกออนไลน์ หลายจุดมันก็ชวนงงพอสมควร บางจุดผมก็ว่าเดินเรื่องเร็ววูบวาบไปหน่อย จนแอบคิดว่าถ้าได้ทำเป็นมินิซีรีส์ 5-6 ตอน อาจจะลงตัวสมบูรณ์กว่านี้ (แต่ส่วนตัวแล้วตค่อนข้างชอบครับ แนะนำให้ชม)
