ความแตกต่างระหว่าง Macross และ Robotech

ความแตกต่างระหว่าง Macross และ Robotech เป็นประเด็นคลาสสิกที่แฟนอนิเมฝั่งญี่ปุ่นและอเมริกาถกเถียงและขัดแย้งรุนแรงไม่แพ้สงครามในเรื่องเลย อธิบายง่ายๆ ก็คือ Macross เป็นอนิเมต้นฉบับจากญี่ปุ่นที่เรารู้จักกันดี ส่วน Robotech คือการนำอนิเมหุ่นยนต์ 3 เรื่องมารวมกันและเรียบเรียงใหม่เพื่อฉายในอเมริกา….งงล่ะสิ

สาเหตุความวุ่นวายนั้นมาจาการที่ บริษัท Harmony Gold ในอเมริกาต้องการนำ Macross ไปฉายทางทีวี แต่กฎการฉายทีวีในสหรัฐฯ สมัยนั้น (จริงๆ ไม่ถึงกับเป็นกฎหรอก เป็นธรรมเนียมปฏิบัติมากกว่า) ต้องการอนิเมที่ยาวอย่างน้อย 65 ตอน (Macross มีแค่ 36 ตอน) ไม่งั้นจะจบเร็ว (พราะออกอากาศมากกว่าสัปดาห์ละ 1 ตอน) Harmony Gold จึงนำอนิเมอีก 2 เรื่องที่ทาง Tatsunoko ถือสิทธิ์อยู่มา “ยำ” รวมกันให้เป็นเรื่องเดียว ได้แก่

1️⃣The Super Dimension Fortress Macross

2️⃣The Super Dimension Cavalry Southern Cross

3️⃣Genesis Climber MOSPEADA

โดย Robotech ได้ถูกเขียนบทขึ้นมาใหม่หมดเพื่อให้ทั้ง 3 เรื่องสามารถเชื่อมโยงกันได้ โดยใช้แนวคิดเรื่อง “Protoculture” เป็นแหล่งพลังงานจากพืชลึกลับ (Flower of Life) ซึ่งแตกต่างจากความหมายของ Protoculture ใน Macross ต้นฉบับ (ที่หมายถึงอารยธรรมโบราณ) และให้ทั้ง 3 เรื่อง เชื่อมกับ Protoculture รวมถึงเชื่อมต่อตัวละครบางตัว เช่น Dana Sterling (Jeanne Françaix) ตัวเอกของ Southern Cross ให้กลายเป็นลูกสาวของ Max ใน Macross ทั้งที่ในฉบับญี่ปุ่นทั้งสองไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ส่วนฮิคารุ หรือ ริค ฮันเตอร์ แต่งงานกับมิสะ(ลิซ่า) กลายเป็น Admiral Rick Hunter มีบทบาทในฐานะผู้นำกองทัพ Expeditionary Force เพื่อเชื่อมโยงเรื่องราวยันจบเรื่อง

ซึ่งตอนแรกที่ทางญี่ปุ่นปล่อย Macross ให้ทาง Harmony Gold ไป ก็คงคิดว่าจะไม่ทำ Macross ต่อแล้วนั่นแหละ แต่พอญี่ปุ่นคิดจะทำ Macross ต่อ ในขณะที่ Harmony Gold ก็ต่อยอด Robotech ไปแล้วหลายเวอร์ชั่น จักรวาลมันก็เลยซ้อนทับกัน จนกลายเป็นเรื่องราวฟ้องร้องกินเวลายาวนานหลายสิบปี แฟน Macross ทั่วโลกมองว่า Robotech คือ “ตัวปัญหา” ที่ขัดขวางไม่ให้แฟนๆ นอกญี่ปุ่นได้ดูภาค Frontier หรือ Delta แบบถูกลิขสิทธิ์ ในขณะที่แฟน Robotech เองก็เสียใจที่จักรวาลของพวกเขาถูกแช่แข็ง ไม่มีการสร้างภาคต่อใหม่ๆ ออกมาเพราะปัญหาลิขสิทธิ์ที่ตีกันพัลวันเช่นกัน

จนกระทั่งปี 2021 ทั้งสองฝ่ายก็เริ่มที่จะ “ตกลงผลประโยชน์” ร่วมกันได้ ทำให้ Macross เริ่มออกสู่ตลาดโลกอย่างเป็นทางการ ส่วนทาง Robotech เองก็ผลักดันให้มีการสานเรื่องราว Robotech ภาคต่อ (รวมถึงหนังโรงในอนาคต) และได้รับการยอมรับในฐานะ “จักรวาลคู่ขนาน” ที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน…

ที่เหลือก็อยู่ที่คนดูละครับ ว่าจะชอบเรื่องไหน หรือจะชอบทั้งสองฝั่ง ก็ไม่มีใครว่า