บก. หมี

แกะกล่องต่อดิบ MG1/100 CROSSBONE GUNDAM X1 Ver.Ka

CROSSBONE GUNDAM X1 Ver.Ka เป็นกันพลาสเกล 1/100 ที่ผมซื้อมาดองไว้นานมาก แต่ไม่ได้ประกอบสักที เพราะกันพลาตัวนี้มันมีจุดที่จำเป็นต้องลงสีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ อย่างน้อย 1 จุด ก็เลยเก็บเอาไว้รอมีเวลาค่อยทำ พอดีมีจังหวะว่างช่วงโควิดระบาดไปไหนไม่ได้ ก็เลยทยอยขุดเอาของดองมาประกอบ และในที่สุดก็มาถึงคิวของเจ้า X1 นี่แหละครับ

สำหรับ CROSSBONE GUNDAM X1 ตัวนี้ เป็นกันพลาจากหนังสือการ์ตูนชุด CROSSBONE GUNDAM ซึ่งจริงๆ เนื้อหาในการ์ตูน มันจะต่อจากอนิเมชุดกันดั้ม F-91 เลยครับ เพราะตอนแรกที่สร้างอนิเมหนังโรงภาค F-91 เขามีแผนจะทำเป็นทีวีซีรี่ส์ฉลองสิบปีกันดั้ม(ในตอนนั้น) แถมเขียนบทกันไปแล้วด้วย แต่ก็เปลี่ยนมาทำเป็นหนังโรงแทนแล้วมันกลับไม่เปรี้ยงอย่างที่คิด โปรเจคทีวีซีรี่ส์ก็เลยชะงักไป เหลือแต่หนังสือการ์ตูนชุด CROSSBONE GUNDAM ที่เริ่มเขียนมาตั้งแต่ปี 1994 และได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี จนมีเขียนต่อออกมาอีกหลายภาคจนถึงตอนนี้ 20 กว่าปีแล้วก็ยังไม่จบเลยครับ

เทียบกับตระกูล RX-78 จะเห็นเลยว่า XM-X1 เตี้ยกว่า เพรียวกว่า

CROSSBONE GUNDAM X1 ตัวนี้ จริงๆ รหัสของมันก็คือ XM-X1 (F97) ซึ่งเป็นสายพัฒนาที่สืบต่อมาจาก F90 และ F91 นั่นเอง (แถมยังเปิดหน้าได้เหมือน F91 ด้วย) โดยกันดั้มในภาคนี้ จะมีขนาดที่เล็กลงจากภาคก่อนครับ โดยเดิมทีตัวหุ่นกันดั้มทั่วไปจะสูงประมาณ 18-20 เมตร แต่กันดั้มในยุคหลังจาก F-91 นี่ตัวจะเล็กลงเพราะเทคโนโลยีตามเนื้อเรื่องที่พัฒนาขึ้น ทำให้ขนาดตัวลดลงเหลือประมาณ 15 เมตร แต่ศักยภาพกลับยิ่งดีกว่าเดิมเสียอีก อย่างเจ้า X1 ตัวนี้ก็สูงแค่ 15.9 เมตรเท่านั้นครับ ดังนั้นขนาดตัวของมันอาจจะเล็กกว่า MG 1/100 หลายๆ ตัว หรือบางทีมันก็มีขนาดตัวไล่ๆ กับ 1/144 บางตัวด้วยซ้ำครับ คนที่เล่นกันพลาถ้าไม่ได้ตามเนื้อเรื่องด้วยก็อาจจะงงว่า ทำไมซื้อ 1/100 แต่ตัวเล็กผิดปกติ นั่นเป็นเพราะตามเนื้อเรื่องตัวหุ่นมันมีขนาดเล็กลงกว่าภาคอื่นๆ นั่นเองครับ

คอร์ไฟเตอร์ แบบเสียบเข้าด้านหลัง มีบีมเซเบอร์สำรองติดตั้งไว้ด้วย

และเนื่องจาก CROSSBONE GUNDAM X1 ตัวนี้เป็น Ver.KA (ออกแบบโดย Hajime Katoki) ทำให้มันมีรายละเอียดบางอย่างที่แตกต่างไปจากต้นหนังสือการ์ตูนอยู่บ้าง แถมตัวกันพลายังสามารถประกอบได้สองแบบ คือแบบปกติกับแบบที่มีตราหัวกระโหลกอยู่ตรงส่วนหน้าอก (Skull Heart) ซึ่งผมเลือกแบบหัวกระโหลกเพราะพูดตามตรงว่าอีกแบบนั้นจะเป็นสัญลักษณ์แบบสติกเกอร์ซึ่งผมกลัวติดเบี้ยว…แถมแบบหัวกระโหลกมันดูมีมิติมากกว่าด้วย

Beam Zanber สามารถรวมกับ Buster gun กลายเป็น Zanbuster ได้

สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นของกันพลาตัวนี้ก็คือ ส่วนคอร์ไฟเตอร์ที่เป็นแบบเสียบเข้าด้านหลัง ที่สามารถกางปีกออกเป็นรูปตัว X ได้ และอาวุธที่ให้มาเยอะแบบเหลือเฟือมากครับ ตั้งแต่ Brand Marker ที่แขนทั้งสองข้าง (เหมือนบีมชีลด์เวอร์ชั่นอาวุธโจมตี) Beam Zanber (ดาบแสงใหญ่) ที่สามารถรวมกับ Buster gun กลายเป็น Zanbuster ได้ และยังมี Scissor Anchor ตรงส่วนกระโปรงที่เอว แส้ Screw Whip และยังมีบีมเซเบอร์สำรองที่ไหล่ และมีดสั้นที่ขาด้วย

อาวุธให้มาเยอะจริง

นอกจากนี้ ทาง Bandai ยังใจดีแถมผ้าคลุม Anti-Beam Coating Cloak มาให้ด้วย แต่ผมลองใส่ดูแล้วรู้สึกมันจัดท่าทางและติดให้คงรูปยากมาก ก็เลยเอาออกไปดีกว่า และ MG ตัวนี้ ก็เป็นอีกรุ่นที่ไม่ทำข้อต่อยาง (PC) แล้ว แต่ก็ยังขยับได้ดีอยู่นะครับ ก็สมเป็นกันพลารุ่นใหม่นั่นแหละครับ แถมราคายังไม่แรงเท่าไหร่ด้วย อาจเพราะตัวมันเล็กด้วยมั้ง แต่ถ้าเทียบกับลูกเล่นที่ให้มาทั้งหมดนี่ ผมถือว่าโคตรคุ้มเลยครับ นี่สำคัญผมว่ากันดั้มตัวสีดำๆ เข้มๆ แบบนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นสักเท่าไหร่ แถมสวยดีด้วยแหละ

Beam Zanber (ดาบแสงใหญ่) แบบโจรสลัด กับ Brand Marker ที่แขน

ปล.ส่วนใบหน้า ยังไงก็มีจุดที่ต้องทาสีแดงตรงส่วนหัว ดังนั้นต้องมีกันดั้มมาร์กเกอร์สีแดงติดมือเผื่อไว้ด้วย และถ้าเป็นไปได้ ควรมีมาร์กเกอร์สีเหลืองอีกแท่งครับ เนื่องจากสติกเกอร์ส่วนใหญ่ (ไม่นับสติกเกอร์ตกแต่ง) ที่ให้มา เป็นจุดที่ต้องทาสีเหลืองเกือบหมดเลย แล้วทำไมไม่ทำเพลทสีเหลืองมาอีกเพลทไปเลยนะ..อุตส่าห์เป็น Master Grade ทั้งที!