บก. หมี

[GHIBLI] Princess Mononoke เจ้าหญิงจิตวิญญาณแห่งพงไพร

แม้มิยาซากิ ฮายาโอะ จะได้ชื่อว่าเป็นผู้กำกับชื่อดังของญี่ปุ่น แต่ในตลาดต่างประเทศนั้น ชื่อของเขายังไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากนัก จนกระทั่ง Princess Mononoke ได้ออกฉาย และสร้างปรากฎการณ์ไปทั่วโลก หนังประสบความสำเร็จมากมาย และทำรายได้ในญี่ปุ่นสูงเกือบสองหมื่นล้านเยน!

เจ้าหญิงโมโนโนเกะ

Princess Mononoke เป็นผลงานกำกับของ มิยาซากิ ฮายาโอะ ถ่ายทอดเรื่องราวในบรรยากาศญี่ปุ่นยุคโบราณ เมื่อ อะชิทากะ เจ้าชายของชนเผ่าเล็กๆ ต้องต่อสู้กับปีศาจหมูป่ายักษ์ที่ตัวจริงนั้นเป็นถึงเทพหมูป่าแต่กลับคลุ้มคลั่งเพราะความโกรธแค้นจนกลายเป็นปีศาจเข้ารุกรานหมู่บ้าน อะชิทากะสามารถเอาชนะหมูป่ายักษ์ได้แต่ก็ทำให้ตัวเองต้องคำสาปที่แขนขวา เขาจึงออกเดินทางเพื่อหาทางล้างคำสาปนั้น

อะชิทากะ

ระหว่างเดินทาง อะชิทากะได้พบกับจิโกะนักบวชพเนจรที่บอกกับเขาว่า ทางที่เขาจะถอนคำสาปได้นั้นก็คือเขาต้องตามหาเทพกวางที่อยู่ในภูเขาทางตะวันตกที่เต็มไปด้วยเทพเจ้าสัตว์ป่าขนาดยักษ์ ซึ่งใกล้ๆ กันนั้นมีโลหะนครซึ่งเป็นหมู่บ้านถลุงแร่เหล็กที่ปกครองโดยเอโบชิ หญิงแกร่งที่กำลังระดมแร่เหล็กสร้างอาวุธปืนเพื่อต่อต้านพวกซามูไรและเข้ายึดครองพื้นที่ป่าเพื่อหาทรัพยากรนำมาถลุงแร่จนปะทะกับเหล่าสัตว์เทพเจ้า รวมถึง ซัง เด็กสาวที่ถูกเทพหมาป่าเก็บมาเลียงและถูกเรียกว่า “เจ้าหญิงโมโนโนเกะ”

เรื่องราวกลายเป็นความขัดแย้งหลายฝ่ายที่ซ้อนทับ เอโบชินั้นต้องการปกป้องหมู่บ้านและปกป้องผู้คนจึงเข้ารุกรานป่า และพยายามที่จะเอาชนะ “เทพเจ้า” ในขณะที่ซังเองก็เกลียดชังมนุษย์ที่รุกรานผืนป่าและฆ่าสัตว์ตายไปมากมาย อะชิทากะพยายามเข้ามาทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างมนุษย์และสัตว์เทพเจ้า แต่ก็ทำให้เขาถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส และสถานการณ์ก็ยังรุนแรงขึ้นไปอีกเมื่อเอโบชิ มีเป้าหมายที่จะสังหารเทพกวางเพื่อที่จะปกครองผืนป่าแห่งนี้ทั้งหมด

ที่ผ่านมา อนิเมของจิบลิ มักพูดถึงประเด็นความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง แต่ Princess Mononoke นั้นถือเป็นการพูดกันอย่างตรงไปตรงมาในประเด็นนี้มากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง และที่น่าสนใจก็คือหนังเรื่องนี้ยังดูไม่เป็นมิตรกับครอบครัวมากนักเมื่อเทียบกีบผลงานอื่นๆ ของจิบลิก่อนหน้า ทั้งในด้านความรุนแรง ที่เรื่องนี้ทั้งคนและสัตว์ตายกันเกลื่อน (ในอเมริกาได้เรท PG-13) แถมยังไม่มีความตลกอบอุ่นในแบบหนังครอบครัวปกติของค่ายนี้ ทำให้ Princess Mononoke ดูไม่ใช่อนิเมที่เหมาะสมสำหรับเด็กนัก แต่มันกลับโดนใจผู้ชมทั่วไป จนทำรายได้ที่ญี่ปุ่นอย่างถล่มทลาย

นอกจากนี้ ตัวหนังยังแทรกความหมายเชิงสัญญะเอาไว้มากมาย ทั้งตัวละครฝั่งมนุษย์และฝั่งสัตว์เทพเข้า ซึ่งในเรื่องมันยากที่จะตัดสินใจว่า เรื่องนี้ใครเป็นฝ่ายผิด เอโบชิต้องการปกป้องคุ้มครองผู้คนของตน ทำให้เธอขัดแย้งกับทุกฝ่าย ทั้งเทพเจ้าและซามูไรซึ่งเป็นเหมือนตัวแทนคนรุ่นเก่า (ในขณะที่ตัวเธอถือเป็นคนหัวก้าวหน้า ทั้งในด้านการใช้อาวุธ การปกครอง ไปจนถึงสิทธิสตรี) ในขณะที่ซังเองก็ต้องการปกป้องพวกพ้องของตน จนทำให้เธอต้องต่อสู้กับมนุษย์เผ่าพันธุ์ของตน แม้ว่าในความจริงเหล่าสัตว์เองก็ไม่ได้เชื่อใจความเป็นมนุษย์ในตัวเธอมากนัก กระทั่งอะชิทากะเองก็ลุกขึ้นมาต่อต้านเทพเจ้าด้วยการปลิดชีพทาทาริคามิ (เทพหมูป่าที่กลายเป็นปีศาจ) เพื่อปกป้องผู้คน ซึ่งทั้งหมดนั้นมันยากที่จะตัดสินว่าใครผิดใครถูก เพราะทุกฝ่ายล้วนแต่มีเหตุผลในฝั่งของตนเอง

Princess Mononoke กวาดรางวัลจากเทศกาลหนังต่างๆ มากมาย แม้ดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จทางด้านรายได้จากการฉายในอเมริกามากเท่ากับในญี่ปุ่น แต่มันก็เป็นสะพานสายแรกที่พาชื่อเสียงของมิยาซากิ ฮายาโอะ และสตูดิโอจิบลิ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างทั่วโลก ก่อนที่มิยาซากิจะประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดในภาพยนตร์เรื่อง Spirited Away ในอีก 4 ปีต่อมา