ผมไม่ใช่คนเล่นการ์ด แต่ผมพอเก็บสะสมการ์ดอยู่บ้าง และเป็นคนชอบดูคลิปแกะซองแกะกล่องการ์ด รู้สึกว่ามันสนุกดี ยิ่งถ้าเป็นการ์ดที่เราพอรู้จักพื้นเพตัวละครอยู่บ้าง เช่นอนิเมที่เราชอบ หรือนักฟุตบอลที่เรารู้จัก ก็ยิ่งสนุก เวลาเขาได้การ์ดดีๆ เราก็ดีใจ เวลาเขาเกลือ เราก็ดีใจ เพราะเราไม่ได้เกลือเอง(ฮา)

แต่ทุกครั้งที่ดูคลิปพวกนี้ ผมก็มักจะเจอคอมเมนต์แปลกๆ ชวน Toxic ที่อ่านแล้วไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไหร่ ซึ่งหลายๆ คนก็คงนึกออกแหละ พวกความเห็นแนวแค่เศษกระดาษแผ่นเดียว ทำไมมันแพง ขี้โม้ ฟอกเงินรึเปล่า ของแค่นีัที่บ้านก็มี เอามาปล่อยราคานี้บ้างจะมีคนเอาไหม เขาขายกันที่ไหน จะไปหามาขายบ้าง คือความเห็นดีๆ สุภาพชนที่สงสัยอย่างสร้างสรรค์ก็เยอะนะ แต่ความเห็นเชิงเหยียดเชิงหยาม ด้อยค่า รอซ้ำ เห็นแล้วมันก็ Toxic เหมือนกัน

การ์ดเกม การ์ดสะสม สำหรับผมมันคือ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ที่ขับเคลื่อนด้วยทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property หรือ IP) รูปแบบหนึ่ง คือถ้ามองว่า มันคือกระดาษกับหมึก มูลค่าต่อแผ่นมันคงไม่ถึงห้าบาท แต่กว่าจะเป็นการ์ดมาให้เราเล่นกัน มันต้องผ่านกระบวนการคิดมาเยอะมาก ตั้งแต่การออกแบบกติกา กลไก ดีไซน์รูปแบบ เงื่อนไขต่างๆ ต้องผ่านการทดสอบมากมาย กว่าจะมาเป็นการ์ดเกมที่มีกติกาที่คนยอมรับ ให้เราได้เล่น ได้สะสมกัน บางชุดต้องผ่านการทดสอบเป็นปี แก้แล้วแก้อีก หลายๆ คนคงพอทราบ

และแน่นอนครับ คาแรกเตอร์บนการ์ด ก็ถือเป็น IP ที่ผ่านการสร้างมูลค่ากันมายาวนาน ถ้าเป็นการ์ดจากอนิเม การ์ตูน IP ดังๆ ก็ต้องดังจริงถึงจะมีการ์ดออกมาให้ได้เล่นได้สะสม และภาพวาดบนการ์ดก็ต้องมาจากศิลปินที่ได้รับการยอมรับ ถึงวาดออกมาได้สวย น่าเล่น น่าเก็บ และไม่ใช่แค่ภาพเดียว แต่สั่งสมมาเป็นร้อยๆ พันๆ ภาพ อย่างยูกิโอนี่ได้ข่าวว่ามีเกินหมื่นแบบแล้ว แถมยอดรวมทะลุไปถึง 25 ล้านใบ หรือการ์ดโปเกม่อนถ้านับแบบแยกภาษาแล้วอาจมีมากถึง 5 หมื่นแบบเลยทีเดียว ลองคิดว่าถ้าต้องว่าจ้างศิลปินนับร้อยนับพันวาดภาพสักหมื่นภาพไม่ให้ซ้ำกันเลยนี่ เม็ดเงินจะหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากเท่าไหร่…เกิดการจ้างงานแค่ไหน คนทำ คนวาด เจ้าของลิขสิทธิ์ โรงพิมพ์คนขายมีรายได้หมุนเวียนจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ นี่คือ Creative Economy ยังไงล่ะครับ และลองคิดว่า การ์ดที่มีเป็นหมื่นเป็นแสบใบ มีการ์ดใบหนึ่งที่เป็น Ultra Rare ที่มีแค่ไม่กี่ใบในโลก มูลค่ามันจะพุ่งไปแค่ไหน…

ถ้าเราจะผลักดันสิ่งที่เราเรียกกันว่า Soft Power ให้เกิดในประเทศไทยได้จริงๆ เราต้องทำให้คนไทยเข้าใจว่า Creative Economy คืออะไร ทำยังไงให้กระดาษแผ่นเดียว มีมูลค่าขึ้นมาด้วยความคิดสร้างสรรค์ เห็นเรื่องราว Story ที่ถูกถ่ายทอดออกมาจนคนเกิดความรู้สึกร่วมกันและให้การยอมรับ ซึ่งเรื่องความคิดสร้างสรรค์ คนไทยไม่แพ้ใครหรอก การ์ดเกมไทยหลายๆ ตัวในตอนนี้ก็ได้รับการยอมรับในวงกว้างมากขึ้นด้วย บางคนก็สามารถเทรดการ์ดกันเป็นอาชีพได้เลย ซึ่งก็อยากให้คนที่ไม่เข้าใจได้เข้าใจตรงนี้นะ ว่าการ์ด 1 ใบ มันไม่ใช่แค่กระดาษใบเดียว แต่มันมีความคิด จินตนาการ ความฝันมากมายอัดแน่นอยู่ในนั้น มันถึงกลายเป็นการ์ดที่ใครๆ อยากได้ อยากเล่น อยากสะสมกัน
ส่วนผม ซึ่งไม่ใช่คนเล่นเกมการ์ด ก็ขอเป็นฝ่ายดูคลิปเปิดซองแกะกล่องการ์ดต่อไปละกัน สนุกดี
