หลายๆ คนอาจจะพอทราบแล้วว่า After War Gundam X กำลังจะครบรอบ 30 ปีในปีนี้ ซึ่งอนิเมเรื่องนี้ออกอากาศครั้งแรก 5 เมษายน 1996 ความยาว 39 ตอน เป็นซีรีส์กันดั้มที่มักถูกเรียกว่า “อัญมณีที่ถูกลืม” เพราะออกอากาศในช่วงวิกฤตความนิยมของอนิเมหุ่นยนต์ยุค 90 ที่เริ่มเข้าสู่ขาลง จนถูกตัดจบให้เหลือเพียง 39 ตอน

จุดเด่นของภาคนี้คือ พล็อตเรื่องแบบ “Post – Apocalypse” หรือโลกหลังสงครามล่มสลายจากการที่ “โคโลนีตก” จนมนุษยชาติเหลือรอดเพียงแค่หยิบมือ ธีมหลักของเรื่องก็ไม่ใช่แค่สงคราม แต่เป็นการตั้งคำถามว่า “Newtype (มนุษย์ยุคใหม่) คืออะไรกันแน่?”ซึ่งเป็นจุดที่กันดั้มภาคนี้แตกต่างจากภาคอื่นๆ

และแน่นอน จุดเด่นของภาคนี้ก็คือ คู่พระเอกนางเอกของเรื่อง การ์รอด รัน (Garrod Ran) เป็นพระเอกกันดั้มแบบสามัญชนธรรมดาที่สุดคนหนึ่ง เขาไม่ได้ขับกันดั้มเพราะอุดมการณ์อะไร แต่ในช่วงแรกนั้นก็เพราะเขาแค่ต้องการช่วย ทีฟา (Tiffa Adill) นางเอกที่มีพลังนิวไทป์ที่เป็นแกนหลักของเรื่องราวทั้งหมด ซึ่งเรื่องราวความรักของพระเอกนางเอกในภาคนี้กลาบเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องราวในภาคนี้และทำให้เนื้อหาที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงมีความซอฟต์ลงด้วย

อย่างไรก็ตาม แนวคิดการออกแบบ GX-9900 Gundam X ก็ถือว่าน่าสนใจ จุดเด่นที่สุดคือ Satellite Cannon ที่กางออกเป็นรูปตัว X จนเป็นเอกลักษณ์ แต่ส่วนตัวผมกลับชอบ Gundam Double X หนึ่งในหุ่นบ้าพลังที่สุดตัวหนึ่งที่สมัยก่อนเคยมองเกาะตู้โชว์หน้าร้านโอโซนสยามอยู่บ่อยๆ จนกระทั่งผมได้ Double X มาครอบครองเป็นของตัวเองเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง และ Double X ก็ยังคงเป็นหนึ่งในกันดั้ม Top 5 ในใจผมด้วยครับ ขนาดในเกม SD G GEN Eternal ผมยังใช้เป็นตัวหลักในทีมเลย
