[ดูจบแล้ว] รักใส ใจละมุน กับคุณที่มองไม่เห็น

“รักใส ใจละมุน กับคุณที่มองไม่เห็น” เป็นอนิเมที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนที่บอกตามตรงว่าไม่เคยอ่าน แต่เห็นพล็อตเป็นนางเอกตาบอดกับพระเอกล่องหน ความคิดแวบแรกในหัวก็คือ มันต้องเป็นอนิเมรันทดน้ำตาไหลพรากแน่ๆ แต่ก็เป็นอีกเรื่องในซีซันที่ผ่านมาที่ดูแล้วผิดคาดมากๆ คือไม่ใช่ดูแล้วเศร้า แต่ดูแล้วกลับมีความสุข และอาจเปลี่ยนทัศนคติอะไรหลายๆ อย่างได้เลย

อนิเมเรื่องนี้เป็นแนวชีวิตประจำวันในโลกกึ่งๆ แฟนตาซี คือจริงๆ ก็คือโลกเราในปัจจุบันนี่แหละ เพียงแต่นอกจากมนุษย์แล้ว โลกนี้ก็ยังมีเผ่าพันธ์อื่นๆ อาศัยอยู่ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์สัตว์ เอลฟ์ ดาร์คเอลฟ์ มนุษย์ล่องหน ฯลฯ ที่อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน ใช้ชีวิตร่วมกันจนกลายเป็นเรื่องปกติ

โดยตัวเอกของเรื่อง โทโนเมะ เป็นมนุษย์ล่องหนที่เปิดสำนักงานนักสืบ เพราะมนุษย์ล่องหนมักจะสะกดรอยเก่งและพรางตัวได้ ซึ่งในสำนักงานนักสืบเล็กๆ ของโทโนเมะก็จะมีพนักงานสาวที่ชื่อ ยาโค ชิซึกะ ซึ่งเธอก็เหมือนเด็กสาวน่ารักสดใสทั่วไป ต่างกันที่เธอนั้นตาบอดตั้งแต่กำเนิด

ปัญหาของมนุษย์ล่องหนอย่างโทโนเมะก็คือ การเป็นมนุษย์ล่องหนนั้นมักจะถูกคนอื่นไม่เห็นตัวตนมาตั้งแต่เด็ก เพราะไม่มีใครมองเห็น จนบางครั้งก็ถูกทิ้งและเกิดเป็นแผลในใจ แต่กับยาโค ที่ปกติมองอะไรไม่เห็น กลับรู้สึกถึง “ตัวตน” ของโทโนเมะ ไม่ต่างจากคนอื่น ซึ่งนั่นทำให้ทั้งสองเริ่มคบหากันอย่างจริงจัง

จุดที่ผมชอบคือ นี่เป็นอนิเมที่ดูแล้วมีความสุขครับ ปกติเวลาดูอนิเมที่มีเรื่องราวของผู้พิการเป็นแกนหลักของเรื่อง มักจะเป็นเรื่องดราม่า เรื่องเศร้า ชะตารันทด แต่เรื่องนี้กลับถ่ายทอดโลกของผู้พิการในชีวิตประจำวันว่าคนพิการนั้นสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนธรรมดาอย่างมีความสุขได้อย่างไร แถมตัวยาโคนั้นยังเป็นเด็กสาวที่คลั่งรักพระเอกอยู่ไม่น้อยเลยด้วย คือเราไม่ค่อยได้เห็นมุมมองแบบนี้ในงานอนิเมปกติทั่วไปซักเท่าไหร่ แต่การทำให้เรื่องไม่ปกติ กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันได้อย่างไหลลื่นและดูสนุกนี่แหละ มันกลายเป็นเสน่ห์ที่น่าสนใจของเรื่องนี้ คือเป็นเรื่องราวที่ทุกคนต่างก็ยอมรับตัวตนที่แท้จริง ยอมรับความแตกต่างของกันและกัน และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้

ตัวอนิเมเป็นผลงานของ Project No.9 ที่รักษาคุณภาพงานได้ดีตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นอนิเมที่มีบรรยากาศนุ่มนวล อบอุ่น ดูแล้วใจฟู เพลงก็เพราะ ซึ่งก็แอบเสียดายเหมือนกันที่คนพูดถึงเรื่องนี้น้อยไปหน่อย อาจเพราะเนื้อเรื่องมันไม่ได้มีปมพลิกผันหรือซีนดราม่าอะไร เป็นชีวิตประจำวันของเหล่ามนุษย์และอมนุษย์ที่ดูแล้วมีความสุข จนอยากแนะนำให้ลองชมกันครับ