บทสัมภาษณ์ล่าสุดของ อาจารย์นากาโนะ มาโมรุ

รายการ Ani-Ja (ANIme JApan) ตอนล่าสุด เป็นบทสนทนาพิเศษของ อาจารย์นากาโนะ มาโมรุ ผู้สร้างสรรค์ผลงานดังๆ อย่าง Heavy Metal L-Gaim , The Five Star Stories (FSS) และเคยร่วมออกแบบโมบิลสุทใน Gundam ด้วย โดยการพูดคุยครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องในโอกาสที่มีการตีพิมพ์หนังสือ “Mamoru Mania” (Re-printed Edition) ซึ่งเป็นการนำหนังสือต้นฉบับปี 1996 กลับมาตีพิมพ์ใหม่ ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นหนังสือหายากและราคามือสองพุ่งไปไกลมาก ทาง สนพ.และ อ.นากาโนะก็เลยตัดสินใจพิมพ์ซ้ำอีกครั้ง

โดย อ.มาโมรุ ได้กล่าวว่า ได้พบกับ อิโนะอุเอะ ชินอิชิโร (หนึ่งในผู้ก่อตั้งนิตยสาร New Type เคยเป็นผู้บริหารคาโดคาวะ เป็นผู้ร่วมสนทนาในคลิป) ครั้งแรกผ่านกิจกรรมคอสเพลย์และอีเวนต์อนิเมในยุค 80s เช่น งาน Anime Shinseiki Sengen และงานที่ Kudan Kaikan ซึ่งทั้งสองได้พูดคุยถึงความเข้าใจผิดของคนรุ่นใหม่ที่มักคิดว่าอนิเมอย่าง Gundam หรือ Yamato ยุคแรกนั้นมีแต่แฟนคลับผู้ชาย โดยยืนยันว่าจริง ๆ แล้วกลุ่มผู้หญิงมีจำนวนเยอะมาก โดยดูจากแฟนจดหมาย แฟนคลับตามอีเวนต์ต่างๆ

อาจารย์นากาโนะเริ่มต้นเข้าสู่วงการจากการแนะนำของเพื่อน จนได้มีโอกาสเข้าไปพบโปรดิวเซอร์ที่ Sunrise และเริ่มได้รับมอบหมายงานออกแบบโปรเจค Vifam จนเริ่มมีผลงานออกแบบหุ่นยนต์หลายโปรเจคพร้อมกัน จนในที่สุดได้รับโอกาสจากผู้กำกับโทมิโนะให้ออกแบบตัวละคร (Character Design) และหุ่นยนต์ (Mecha Design) ในเรื่อง L-Gaim ซึ่งเป็นผลงานที่แปลกใหม่มากในยุคนั้น จากนั้นจึงได้ขยับไปออกแบบหุ่นยนต์ระดับตำนานใน Zeta Gundam อย่างเช่น Rick Dias และ Qubeley เป็นต้น

หลังจากนั้น อ.นากาโนะจึงเริ่มเขียนมังงะเรื่อง Fool for the City ลงในนิตยสาร Newtype ก่อนจะเริ่มซีรีส์ยาวอย่าง The Five Star Stories ในปี 1986 โดย อาจารย์นากาโนะอธิบายถึงสาเหตุที่เปลี่ยนการออกแบบหุ่นยนต์จาก MH ไปเป็น GTM นั้นเกิดจากความตั้งใจที่จะปรับตามความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ / เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปในโลกจริง (เช่น ระบบโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ ทฤษฎีฟิสิกส์ หรือข้อจำกัดของข้อต่อเครื่องจักร) และยอมรับว่าอาจส่งผลกระทบและทำให้แฟน ๆ ที่ชอบดีไซน์เดิมตกใจ แต่อาจารย์มองว่าถ้าไม่เปลี่ยนโครงสร้างและแนวคิดแบบนี้ ก็จะไม่สามารถเขียนเรื่อง FSS ต่อไปในระดับที่ตนเองพอใจได้

ซึ่งล่าสุด ผลงานเรื่องThe Five Star Stories เล่มที่ 19 ก็ได้ออกวางจำหน่าย และกำลังก้าวเข้าสู่วาระครบรอบ 40 ปีของซีรีส์นี้ด้วย ซึ่งอาจจะมีโปรเจคเฉลิมฉลองตามมาในเร็วๆ นี้