บก. หมี

[GHIBLI]Only Yesterday ในความทรงจำที่ไม่มีวันจาง

ในสมัยนี้ เรื่องราวของการทำเกษตรอินทรีย์ คนหนุ่มสาวที่ออกไปทำไร่นาในชนบท การออกไปโฮมสเตย์ตามบ้านนอกเหมือนจะกลายเป็น trend ของการใกล้ชิดกับธรรมชาติที่เริ่มเป็นกระแสอยู่พอสมควร แต่อนิเมเรื่อง Only Yesterday ของสตูดิโอจิบลิกลับพูดถึงเรื่องราวเหล่านี้ไว้ตั้งแต่ปี 1991 ในยุคที่เรื่องราวเหล่านี้ยังเป็นเหมือนเรื่องไกลตัวสำหรับเรา แถมอนิเมเรื่องนี้ยังได้รับกระแสตอบรับที่ดีไม่น้อยเลยด้วย

Only Yesterday หรือ Omoide Poro Poro (ชื่อไทย ในความทรงจำที่ไม่มีวันจาง) เป็นเรื่องราวของ โอคาจิมะ ทาเอโกะ สาวโสดออฟฟิศโตเกียววัย 27 ปี ที่ออกไปใช้ชีวิตโฮมสเตย์ในจังหวัดยามากาตะ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของสามีพี่สาวเธอ เพราะตอนที่ทาเอโกะเป็นเด็กนั้น เธออยากไปเที่ยวบ้านนอกในช่วงวันหยุดเหมือนเพื่อนๆ แต่ตัวเธอไม่มีญาติที่บ้านนอก ทำให้ต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในโตเกียว และไม่มีความทรงจำสนุกๆ เหมือนเพื่อนๆ เลย

ในยุค 70 สับปะรดถือเป็นของแปลกสำหรับคนญี่ปุ่น

ตัวอนิเมนั้นจะเล่าเรื่องแบบคู่ขนานไประหว่างตัวทาเอโกะในปัจจุบัน (27 ปี) ที่เริ่มเรียนรู้การใช้ชีวิตในชนบทอย่างอิสระ คู่ไปกับการย้อนรำลึกถึงความทรงจำของทาเอโกะตอน ป.5 (10 ขวบ) กับการที่ต้องใช้ชีวิตในฐานะลูกสาวคนเล็กในโตเกียว ท่ามกลางครอบครัวแบบอนุรักษ์นิยมที่ไม่ยอมให้เธอออกนอกกรอบ ต้องอยู่ภายใต้คำสั่งของพ่อ(ปิตาธิปไตย) ยังต้องถูกกดด้วยระบบอาวุโสของพี่ๆ ในฐานะน้องเล็กของบ้านด้วย ทาเอโกะรู้สึกอึดอัดที่ต้องใช้ของต่อจากพี่ และยังต้องถูกเอาไปเปรียบกับพี่ที่เรียนเก่งกว่า แต่เธอก็ไม่อาจจะทำอะไรได้

เมื่อเธอเติบโตขึ้น ในยุคสมัยที่เริ่มเปลี่ยนไป สังคมญี่ปุ่นเริ่มเปิดกว้างให้ผู้หญิงทำงานนอกบ้าน และไม่แต่งงานมากขึ้น แม้ว่าที่บ้านจะพยายามกดดันให้เธอไปดูตัวเพราะตัวเธอก็อายุ 27 ปีแล้วก็ตาม (แม้สังคมจะเปิดกว้างขึ้น แต่ปี 1991 ก็ยังไม่กว้างเท่าปี 2020 นะครับ) ซึ่งในท้ายสุด เธอก็ต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่า เธอจะตัดสินใจเลือกชีวิตแบบไหน จะกลับไปทำงานที่โตเกียวและสนุกกับการมาโฮมสเตย์เป็นสาวบ้านนอก หรือเลือกหันหลังให้อดีต และกลายเป็นสาวบ้านนอกเต็มตัว

เมื่อมองย้อนไปในปี 1991 ผลงานเรื่อง Only Yesterday ถือว่าแปลกและแตกต่างจากอนิเมทั่วไปในยุคนั้นมาก เพราะในปี 1991 ตลาดอนิเมยังคงเป็นกลุ่มเด็กและวัยรุ่น แต่ผลงานของคุณทาคาฮาตะ (ผู้กำกับสุสานหิ่งห้อย) เรื่องนี้กลับทำอนิเมออกมาเพื่อสะท้อนชีวิตของหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ที่ยังค้นหาตัวเองไม่เจอ โดยสะท้อนตัวตนผ่านความทรงจำในวัยเด็กที่จะส่งผลถึงตัวตนของทาเอโกะตอนเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งถ้าเทียบกับอนิเมเรื่องอื่นๆ ผลงานเรื่องนี้อาจจะเดินเรื่องได้ค่อนข้างเนิบนาบไปเรื่อยๆ เหมือนค่อยๆ ปล่อยให้คนดูค่อยๆ ดื่มด่ำกับความเป็นชนบทของญี่ปุ่นและเรื่องราวบรรยากาศของยุค 70 ในช่วงที่ทาเอโกะเป็นเด็ก ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งที่คนเมืองหลวงโหยหาอยู่ลึกๆ (เหมือนที่คนรุ่นนี้โหยหายุค 90 นั่นแหละครับ)

แน่นอนครับว่า Only Yesterday อาจดูเหมือนหนังเฉพาะกลุ่มพอสมควร แต่หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จสูงมากนะครับ ทำเงินไปได้กว่าสามพันล้านเยนในปี 1991 และเป็นหนังที่ทำรายได้สูงสุดในปีนั้นด้วย และพอผมเอากลับมาดูใหม่ ผมก็มีความรู้สึกที่แตกต่างไปจากตอนที่ดูเรื่องนี้ครั้งแรกพอสมควร อาจเพราะอายุที่เพิ่มมากขึ้นด้วย เลยรู้สึกเข้าใจในตัวทาเอโกะมากขึ้น แต่ถ้าจะดูใน Netflix แนะนำให้เปิดพากย์ไทยหรือดูซับภาษาอังกฤษนะครับ เพราะซับไทยนั้นแปลหลุดเยอะมากจนน่าเวียนหัวเลยล่ะ