บก. หมี

[GHIBLI] Whisper of the Heart

Whisper of the Heart อาจจะไม่ใช่หนังของจิบลิที่ดีที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดในความรู้สึกของหลายๆ คน แต่สำหรับผม อนิเมชั่นเรื่องนี้ เป็นหนังจิบลิที่ผมรักที่สุด และดูซ้ำบ่อยที่สุด โดยรอบล่าสุดก็เพิ่งได้ดูที่ Netflix เอากลับมาฉายใหม่นี่แหละครับ

Whisper of the Heart (耳をすませば) หรือชื่อไทย วันนั้น…วันไหน หัวใจจะเป็นสีชมพู เป็นอนิเมปี 1995 ที่ประสบความสำเร็จสูงทำเงินไปมากกว่าสามพันล้านเยน เรื่องราวของเด็ก ม.3 สองคน ที่พบและรู้จักกันผ่านบัตรยืมหนังสือในห้องสมุด (เด็กยุคนี้นึกไม่ออกแน่ๆ) สึกิชิมะ ชิซึคุ เด็กสาวผู้ที่ชอบอ่านหนังสือและแต่งกลอน รู้สึกแปลกใจเมื่อหนังสือที่เธออ่านมักจะมีชื่อของ อามาซาว่า เซย์จิ ยืมตัดหน้าเธอทุกครั้ง จนกระทั่งเธอได้พบว่า เซย์จินั้นเป็นหลานชายของเจ้าของร้านขายของเก่า ที่มีความฝันอยากจะไปเรียนเป็นช่างทำไวโอลินที่เครโมนา ประเทศอิตาลี่

เซย์จิ และ ชิซึคุ

เมื่อรู้ถึงความใฝ่ฝันของเซย์จิ มันทำให้เธอรู้สึกตั้งคำถามต่อตนเองว่า ความฝันของเธอคืออะไร เด็ก ม.3 อย่างเธอรู้สึกชัดเจนในอนาคตของตนเองแค่ไหนเมื่อเทียบกับเซย์จิ ชิซึคุจึงเลือกที่จะทดสอบความรู้สึกของตนเองกับความฝันในฐานะนักเขียน แต่ในความเป็นจริงเส้นทางชีวิตนั้นมันก็ไม่ได้สวยงาม คล้ายชีวิตวัยรุ่นที่เป็นดั่งอัญมณีที่ยังไม่ผ่านการเจียระไนและไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ไนขณะที่ตัวเซย์จินั้่นก็กำลังจะจากเธอไปเรียนต่อนานถึง 10 ปีกว่าจะได้พบกันอีกครั้ง

แม้เนื้อหาของอนิเมจะดูเรียบง่าย แต่กลับเต็มไปด้วยความหมายเชิงสัญญะที่ซ่อนอยู่ โดยสิ่งที่เรียงร้อยเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกันก็คือเพลง Take Me Home, Country Roads ที่ชิซึคุแปลงเนื้อร้องเป็นเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่น (ถ้าคุณดูพากย์ไทยของ Netflix จะได้ฟังเพลงนี้ในแบบภาษาไทยด้วย) ซึ่งสื่อถึงเส้นทางชีวิตของชิสึคุและเซย์จิ กับอีกหนึ่งคือ บารอน ตุ๊กตาแมว (ตัวเดียวกับในเรื่อง The Cat Returns นั่นแหละครับ) ที่เป็นสมบัติของคุณตาของเซย์จิที่เดินทางผ่านกาลเวลาอันแสนยาวไกลมาด้วยกัน ซึ่งชิซึคุชื่นชอบในตัวบารอนถึงขนาดเอาบารอนมาใส่ไว้ในนิยายที่เธอเขียนด้วย

ชิสึคุและบารอน

ซึ่งนั่นกลายเป็นเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้ที่ทำให้ทุกครั้งที่ย้อนกลับมาดูก็จะได้เห็นเรื่องราวในมุมมองที่แตกต่างกันออกมา ตอนที่ดูครั้งแรกเราก็อาจจะมองเห็นในมุมมองของวัยรุ่น คนหนุ่มสาว พอเราเติบโตขึ้นแล้วย้อนกลับมาดูก็จะเห็นความเรียลของเรื่องราวความฝันของวัยรุ่นที่มิอาจเป็นไปตามความฝันได้ทุกเรื่อง เมื่อเรามีประสบการณ์มากขึ้น เราก็จะได้เห็นโลกในมุมมองที่หลากหลาย และต่างจากที่เราเคยเห็น เคยรู้สึกในอดีต และอยากรู้ว่า ที่สุดแล้ว เรื่องราวของชิซึคุและเซย์จิ จะลงเอยในแบบไหน จะเป็นอย่างที่เราคิดหวังไว้หรือเปล่า

หนึ่งใน Take Me Home, Country Roads เวอร์ชั่นที่ดีที่สุด

Whisper of the Heart สร้างจากต้นฉบับหนังสือการ์ตูนของ Aoi Hiiragi และเป็นผลงานเรื่องเดียวของ Yoshifumi Kondō ที่กำกับให้กับทางจิบลิ โดยที่ก่อนหน้านั้น คุณคอนโดะเคยมีส่วนร่วมในผลงานของจิบลิหลายเรื่อง อาทิ Only Yesterday ,Porco Rosso ไปจนถึงเรื่องสุดท้ายคือ Princess Mononoke ในปี 1997 ที่ทำหน้าที่ในฐานะ Animation director, และ Character designer ก่อนที่คุณคอนโดะจะเสียชีวิตในปี 1998 ในขณะที่มีอายุแค่ 47 ปีเท่านั้น และการเสียชีวิตของคุณคอนโดะนี่เองที่เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้มิยาซากิ ฮายาโอะ ประกาศวางมือจากการกำกับอนิเมชั่นไปช่วงหนึ่งด้วย

ส่วนเรื่องราวบทต่อมาของ ชิสึคุและเซย์จิ นั้น ล่าสุดทาง Sony Pictures Entertainment กำลังจะนำมาเล่าใหม่ในรูปแบบภาพยนตร์คนแสดง แถมยังเป็นเรื่องราวในอีก 10 ปีต่อมาที่เซย์จิกลับจากการเรียนไวโอลินที่อิตาลี่แล้วด้วย ส่วนคนที่มารับบทเซย์จิ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นคุณ มัตสึซากะ โทริ ที่เราคุ้นกันในบทชินเคนเรดนั่นเองครับ โดยเดิมทีภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีกำหนดฉายในช่วงเดือนกันยายนปีนี้ แต่ผลกระทบจากโควิดก็น่าจะทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เลื่อนฉายออกไป แต่จะเป็นเมื่อไหร่ ก็น่าจะอีกไม่นานแหละครับ