บก. หมี

Astérix

ถ้าเราจะพูดถึงการ์ตูนญี่ปุ่นหรือการ์ตูนอเมริกันที่ประสบความสำเร็จระดับโลกล่ะก็ เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะนึกออกมากมายหลายชื่อ แต่ถ้าเป็นการ์ตูนฝรั่งเศสที่ประสบความสำเร็จสูงสุดล่ะ เชื่อได้เลยว่าหลายคนคงนึกไม่ออก แต่ถ้าถามคนอีกหลายร้อยล้านคนทั่วโลกล่ะก็ ผมว่าน่าจะนึกถึงชื่อเดียวกัน นั่นก็คือเรื่อง Astérix

Astérix เป็นผลงานการ์ตูนของ René Goscinny และ Albert Uderzo ซึ่งเขียนด้วยกันมามาตั้งแต่ปี 1959 แต่ต่อมา René Goscinny ได้เสียชีวิตลงในปี 1977 ทำให้ Albert Uderzo ต้องเขียนเรื่องนี้ด้วยตัวคนเดียวมาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปี 2009 ก็ได้ขายลิขสิทธิ์ของ Astérix ไปให้กับสำนักพิมพ์ Hachette. นำไปสานต่อ (เพราะ Albert Uderzo เองก็อายุมากแล้ว) ซึ่งทางสำนักพิมพ์ก็ได้มอบหมายให้ Jean-Yves Ferri เขียนการ์ตูนเรื่องนี้ต่อตั้งแต่ปี 2013 จนถึงปี 2016 และส่งต่อให้ Adriana Hunter เขียนต่อตั้งแต่ปี 2017 จนถึงปัจจุบันมีจำนวนหนงสือการ์ตูนเรื่องนี้ออกมาทั้งสิ้น 38 เล่มและยังคงมีออกตามมาเรื่อยๆ

Asterix เป็นการ์ตูนฝรั่งเศส เรื่องราวก็เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส ตั้งแต่สมัยก่อนที่ฝรั่งเศสยังเป็นชนเผ่ากูล (หรือ Gaul ซึ่งผมเรียกกูล ตามฉบับแปลภาษาไทยในอดีต) ซึ่งในตอนนั้น (BC50) ชนเผ่ากูลถูกอาณาจักรโรมันรุกรานจนกูลกลายเป็นเมืองขึ้นของโรมัน เหลือก็แต่เพียงหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ยังคงยืนหยัดต่อต้านการรุกรานของโรมันเอาไว้ได้ นั่นก็เพราะว่าหมู่บ้านนี้มีพ่อหมอที่ชื่อเกตาฟิกซ์คอยปรุงยาวิเศษที่ทำให้ชาวหมู่บ้านแห่งนี้ มีพลังเหนือมนุษย์

Asterix กินยาวิเศษแล้วมีพลังเหนือมนุษย์

และตัวเอกของเรื่องก็คือ แอสเตอริกซ์ นักรบหนุ่มร่างเล็กซึ่งเฉลียวฉลาด กับคู่หูร่างอ้วนโอบีลิกซ์ที่แม้จะไม่ฉลาดแต่ก็มีพลังมหาศาลอันเกิดจากการที่ตัวเขาตกลงไปในหม้อยาวิเศษตั้งแต่เด็กทำให้โอบีลิกซ์มีพลังเหนือมนุษย์ตลอดเวลา นอกจากนั้นชาวหมู่บ้านนี้ก็ยังมีคนเพี้ยนๆ อีกมาก อาทิเช่น วิตัลสตาติสติกซ์ หัวหน้าหมู่บ้านที่กล้าหาญแต่กลับกลัวฟ้าถล่มจนขึ้นสมอง หรือคาโกโฟนิกซ์ นักกวีที่เล่นเพลงได้ห่วยแตก แต่เขาคิดว่าเขาไม่ได้เล่นเพลงห่วยแต่เป็นเพราะชาวกูลไม่เข้าใจความไพเราะในเสียงดนตรีของเขาต่างหาก ซึ่งแม้พวกเขาจะเพี้ยน แต่เวลาที่พวกโรมันบุกเข้ามา พวกเขาก็พร้อมที่จะสามัคคีกันรักษาหมู่บ้านเอาไว้ ไม่ว่าจูเลียส ซีซ่าร์ จะเก่งกาจแค่ไหน ก็ไม่อาจพิชิตหมู่บ้านกูลแห่งนี้ลงได้

ด้วยเนื้อเรื่องที่เรียบง่าย แต่สนุกสนาน แถมผู้เขียนยังสอดแทรกสถานการณ์ปัจจุบันลงไปในเนื้อเรื่องได้อย่างลงตัว ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้ประสบความสำเร็จมากๆ ถูกตีพิมพ์ไปมากกว่า 100 ภาษาเลยทีเดียว (ของไทยก็เคยมีเวอร์ชั่นสำนักพิมพ์บางกอกสาส์นทำออกมาสิบกว่าเล่ม และดูเหมือนจะไม่มีลิขสิทธิ์ในตอนนั้น) และยังมีการนำไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์อีก 13 เรื่อง (เป็นภาพยนตร์การ์ตูน 9 เรื่อง คนแสดง 4 เรื่อง) บางเรื่องก็เคยได้มีโอกาสมาฉายในบ้านเราด้วย(แบบจำกัดโรง) นอกจากนั้นก็ยังมีเวอร์ชั่นเกมทั้งบนเครื่องคอนโซลและพีซีรวมถึงสมาร์ตโฟน รวมแล้วมากกว่า 40 เกมทีเดียวครับ (บางเกมก็ยังมีให้โหลดใน app store ด้วยนะ)

และที่สุดยอดก็คือ มีการสร้างสวนสนุกของการ์ตูนเรื่องนี้ด้วยครับ โดยใช้ชื่อว่า Parc Astérix โดยเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1989 และมีผู้คนแวะเข้าไปเที่ยวมากถึงปีละ 1.6 ล้านคนเลยทีเดียว รายละเอียดของสวนสนุกแห่งนี้สามารถเข้าไปดูได้ที่ https://www.parcasterix.fr ครับ เห็นแล้วอยากไปเที่ยวเลยล่ะ