เป็นเรื่องที่ว่าจะพูดถึงนานละ แต่ไม่ได้พูดถึงสักที จนหนังเซ็นไตเขาจะเลิกทำแล้วนี่แหละ ก็เลยคิดว่า หากวันนี้ไม่พูดถึงประเด็นนี้ ต่อไปก็คงจะไม่ได้พูดถึงกันอีกแล้ว นั่นคือข้อสังเกตเล็กๆ ว่า ทำไมหนังเซ็นไตยุคเก่าๆ ถึงมีฉากแฟนเซอร์วิสแทรกในเรื่องอยู่เรื่อยๆ แต่ในยุคหลังๆ กลับไม่มีหรือหายไปเลย…แล้วทำไมสมัยก่อนถึงมี ทำไมถึงหายไปล่ะ? คือเชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะมีคำถามนี้อยู่ในใจ แต่ไม่เคยมีใครเปิดประเด็นคุยเรื่องนี้กันแบบจริงจังสักที

ก่อนอื่น ก็ต้องอธิบายก่อนว่า ทำไมหนังโทคุซัทสึ รวมถึงเซ็นไต เมทัลฮีโร่สมัยก่อน(บางเรื่อง) ถึงมีฉากพวกนี้แทรกอยู่ ก็ต้องว่ากันตามตรงคือ ยุคนั้นเขาไม่ได้คิดมากครับ แฟชั่นกระโปรงสั้นมันเป็น Trend ของผู้หญิงรุ่นใหม่ที่เก่ง เข้มแข็ง หัวสมัยใหม่ (ในสังคมญี่ปุ่นยุค 70s-80s นะ) และในการถ่ายทำก็มักนิยมใช้ “มุมกว้างจากพื้น” เพื่อให้ท่วงท่าต่อสู้ออกมาดูดุดัน รวมถึงฉากกระโดดม้วนตัวเตะต่อย ก็ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า accidental fanservice โดยไม่ได้ตั้งใจได้ง่าย แต่ทีมงานเขาก็ไม่ได้จริงจังหรือตัดทิ้ง เพราะ “โทนรายการเด็กญี่ปุ่นยุคเก่า” ยังไม่เข้มงวดเรื่องเพศเท่ายุคนี้ และไม่ใช่แค่หนังเซ็นไตหรอกครับ อนิเมหรือรายการทีวีอื่นๆ ในยุคนั้น ก็มีฉากแฟนเซอร์วิสโดยไม่ตั้งใจเยอะเหมือนกัน

ที่นี้ต่อมา ในยุคเฮย์เซย์ สังคมญี่ปุ่นเริ่มกังวลและเข้มงวดกับรายการเด็กมากขึ้น จึงเกิดสิ่งที่เรียกว่า BPO (Broadcasting Ethics & Program Improvement Organization) เข้ามาควบคุมเนื้อหาเกี่ยวกับรายการเด็ก และการแสดงที่อาจสุ่มเสี่ยง sexualize นักแสดงหญิง ทำให้หลังปี 2000 เริ่มที่จะมีการเลี่ยงถ่ายมุมที่เสี่ยง panty shot รวมถึงการปรับชุดและท่ายืน/ท่าต่อสู้ทั้งหมดเพื่อไม่ให้เกิด accidental fanservice ที่อาจทำให้ถูกผู้ปกครองรวมถึง BPO ร้องเรียนหรือทำให้เกิดปัญหายุ่งยากตามมาได้

นอกจากนี้ ด้วยคาแรกเตอร์ของนางเอก Sentai Heroine ในยุคก่อนมักจะถูกกำหนดให้เป็นจุดขายด้านความน่ารักในเรื่อง ทีมงานจึงออกแบบเสื้อผ้าคอสตูมให้มีความน่ารักและเซ็กซี่เบาๆ แต่ในยุคปัจจุบัน เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป Super Sentai ยุคใหม่ต้องการภาพลักษณ์ “ความเท่าเทียมทางเพศ” มากขึ้น เสื้อผ้าของสาวๆ ในเรื่องจึงเปลี่ยนเป็นกางเกง, เลกกิ้ง, สูทรัดรูปแบบ unisex มากขึ้น รวมไปถึงมาตรฐาน “ความปลอดภัยในกองถ่าย” ที่สูงขึ้น ก็ทำให้นักแสดงรุ่นใหม่ๆ สามารถระบุในสัญญาได้ว่าไม่ต้องการท่าที่เสี่ยงต่อภาพลักษณ์ได้ด้วย โดยเฉพาะกับหนังที่ผู้ชมเป็นเด็กที่ต้องระวังตัวเป็นพิเศษ

ด้วยเหตุนี้ ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา ตัวละครนักรบเซ็นไตฝ่ายหญิง จึงเริ่มมีการปรับคอสตูมเป็นกางเกง หรือเริ่มมีการ “ป้องกัน” และ “หลีกเลี่ยง” มุมกล้องที่อาจมีปัญหา จากยุคโชวะที่เน้นชุดกระโปรง, มุมกล้องพื้น, ไม่มีข้อบังคับชัดเจน ผ่านยุคเฮย์เซย์มาจนมาถึงยุคเรวะ (ปัจจุบัน) ที่ไม่เกิดปัญหา accidental fanservice แล้ว เพราะมีกฎ BPO ที่เริ่มมาตั้งแต่ยุคเฮย์เซย์ การปรับปรุงเรื่องคอสตูม และการวาง guideline ห้ามถ่ายมุมเสี่ยงโดยเด็ดขาดนั่นแหละครับ
